สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่คุณห้ามพลาด

1.) ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา อำเภออัมพวา
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อยู่ริมคลองใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม เปิดบริการวันศุกร์ เสาร์อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์เวลา 12.00-21.00 น. เป็นตลาดน้ำชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่จะไม่พลาดมาชิมของอร่อยที่นี่
ในคลองอัมพวามีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่าง ๆ และมีรถขายของบนสองฝั่งคลอง บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟังจากเสียงตามสายของชุมชน สามารถเช่าเรือเที่ยวชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้
ชุมชนริมคลองอัมพวา ได้รับรางวัลชมเชย (Honorable Mention) จากการประกวดรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก แห่งองค์การยูเนสโก ประจำปี พ.ศ.2551 (UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards for Culture Heritage Conservation) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและสะท้อนถึงลักษณะสำคัญทางท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

2.) ตลาดร่มหุบ ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
ตลาดร่มหุบ อยู่ติดกับสถานีรถไฟแม่กลองตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดร่มหุบหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ตลาดเสี่ยงตาย” หรือตลาดริมทางรถไฟ ตั้งขายอยู่ริมทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง ความยาวของตลาดประมาณ 100 เมตร บรรดาพ่อค้าแม่ค้าวางขายสินค้าบนพื้นติดกับรางรถไฟ เวลารถไฟมาแม่ค้าต่างหุบร่มที่กางและเก็บสินค้าภายในพริบตา เป็นภาพแปลกตาน่าตื่นเต้น จนเป็นที่มาของชื่อตลาดร่มหุบ สินค้าที่วางขายเป็นผัก ผลไม้ อาหารทะเล เป็นตลาดยอดนิยมของชาวบ้านเพราะราคาถูกและคุณภาพดี เปิดขายทุกวันเวลา 06.00-18.00 น. เวลารถไฟวิ่งผ่านตลาดร่มหุบ วันละ 8 รอบ ดังนี้ 06.20, 08.30, 09.00, 11.10, 11.30, 14.30, 15.30 และ 17.40 น. (ออกและเข้าตามลำดับเวลา)

3.) อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) อำเภออัมพวา
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) อำเภออัมพวาจังหวัดสมุทรสงครามเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ จนได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
พื้นที่อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ประมาณ 11 ไร่ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวาย สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)
ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิถีไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์อาคารทรงไทย 5 หลัง แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ 4 หลัง ดังนี้
- เรือนชาย จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเด็กผู้ชายไทยในอดีตจะถูกส่งไปศึกษากับพระสงฆ์ตามวัด เมื่อเจริญเติบโตจะได้รับราชการ จัดแสดงเกี่ยวกับการละเล่นสมัยโบราณ “หมากสกา” และเครื่องดนตรีไทย
- เรือนกลาง (เรือนประธาน) จัดแสดงออกเป็นห้องต่าง ๆ อาทิห้องพระ ห้องนอน ห้องนวดประคบ และห้องแต่งตัว จำลองถึงวิถีชีวิตของหญิงไทยในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้สิ่งที่ได้จากธรรมชาติมาปรุงเป็นเครื่องสำอางใช้ประทินผิว จัดแสดงศิลปวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ในยุครัชกาลที่ 2 เช่นเครื่องถ้วยเบญจรงค์
- เรือนหญิง จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเด็กหญิงในอดีตที่ศึกษาเล่าเรียนวิชาการบ้านการเรือนและวิชาช่างฝีมืออยู่กับบ้าน เพื่อเตรียมตัวเป็นแม่ศรีเรือนที่ดีในอนาคต
- เรือนกลางน้ำ จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวาเดิมเรือนกลางน้ำจัดเป็นหอสมุดพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตั้งอยู่กลางน้ำตามลักษณะหอไตร เพื่อกันปลวกมดทำลายหนังสือ ซึ่งเป็นหอสมุดแบบฉบับของไทยสมัยโบราณ เมื่อปี พ.ศ. 2530 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้หอสมุด จึงได้ก่อสร้างอาคารหลังใหม่แทนและให้ใช้เป็นที่ซ้อมโขนและเก็บเครื่องดนตรีไทย ต่อมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวา จัดแสดงวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ เอกลักษณ์ของอัมพวา วัด บ้านการดนตรี อาหารและขนม วัฒนธรรม และประเพณีอัมพวา เป็นต้น
นอกจากนี้มีโรงละครกลางแจ้งและสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดภายในสวนมีพระที่นั่งสนามจันทร์จำลองและประติมากรรมจากบทพระราช-นิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้ อุทยาน ร.2 เป็นสถานที่ที่มีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้
อุทยานฯเปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามข้อมูล โทร. 0 3475 1666, 0 3475 1376 โทรสาร 0 3475 1376

5.) ค่ายบางกุ้ง/โบสถ์ปรกโพธิ์ ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที
ค่ายบางกุ้ง อยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม บริเวณค่ายเป็นแนวกำแพงจำลองสร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ ค่ายแห่งนี้เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2310 เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพข้าศึกใช้ในการเดินทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดฯ ให้กองทัพเรือมาอยู่ที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร
พระเจ้าตากสินมหาราชโปรดฯ ให้ชาวจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี รวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า ค่ายจีนบางกุ้ง พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า “ทหารภักดีอาสา” ในปี พ.ศ.2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรี มาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชและพระมหามนตรี (บุญมา) ร่วมรบขับไล่กองทัพข้าศึกจนแตกพ่าย นับเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความเกรงขามให้กองทัพข้าศึก สร้างขวัญกำลังใจคนไทยให้กลับคืนมา และเป็นสงครามครั้งแรกที่ไทยทำกับพม่าหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้ร้างเกือบ 200 ปี จนมาถึงปี พ.ศ.2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จเจ้าตากสินมหาราชและได้สร้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไว้เป็นอนุสรณ์ โดยทำพิธียกศาลเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2511 ภายในบริเวณค่ายมีโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์หลวงพ่อดำ” มีลักษณะพิเศษคือ โบสถ์ทั้งหลังปกคลุมด้วยต้นไม้ถึงสี่ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์ปรกโพธิ์” และไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

5.) ดอนหอยหลอด
ดอนหอยหลอด เป็นสันดอนปากแม่น้ำแม่กลอง ที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย เป็นแหล่งอาศัยของหอยหลอด ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของสมุทรสงคราม สมุทรสงครามจึงได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหอยหลอด” ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาท่องเที่ยวดอนหอยหลอดคือเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
ดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง สามารถใช้เส้นทางสาย ธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64 ก่อนข้ามสะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย เชิงสะพานมีป้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอดระยะทาง 5 กิโลเมตร
ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางไปได้ทางรถยนต์ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม2) ก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ 62 มีป้ายซ้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอดอีก 7 กิโลเมตร

6.) ตลาดน้ำบางน้อย ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที
ตลาดน้ำบางน้อย อยู่ปากคลองบางน้อย วัดเกาะแก้ว ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงตราม อยู่ห่างจากอุทยาน ร.2 อำเภออัมพวาประมาณ 5 กิโลเมตร ชุมชนปากคลองบางน้อยหรือบางน้อยนอกเคยเป็นย่านการค้าทางน้ำที่สำคัญมากจุดหนึ่งในลุ่มน้ำแม่กลอง เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน มาถึงวันนี้ ตลาดน้ำบางน้อยได้เปิดขายของวันเสาร์-อาทิตย์เวลา 08.00-17.00 น. สินค้าที่จำหน่ายมีทั้งผลผลิตทางการเกษตรจากชาวสวน รวมทั้งอาหารคาวหวานอันขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม อย่างกะปิคลองโคลน และมะนาวดองโรตีแต้จิ๋ว เจ๊เรณูเจ้าเดียวที่ยังเหลืออยู่ในตลาดน้ำบางน้อย สามารถเดินเลียบคลองชมบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่ และร้านค้าต่าง ๆ ที่เรียงรายริมคลองบางน้อยได้อย่างเพลิดเพลิน

7.) ปลูกป่าชายเลน สมุทรสงคราม
ปลูกป่าชายเลน สมุทรสงคราม เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่บ้านคลองโคน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลน
สมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำ วัด อุทยานประวัติศาสตร์ หรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การเดินทางก็สะดวกสบาย ใช้เวลาไม่นานจากกรุงเทพฯ จึงเหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสั้นๆ สัมผัสเสน่ห์แบบไทยๆ และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำ พร้อมชิมอาหารอร่อยๆ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ



