เทคโนโลยีด้านการเกษตร » การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์แบบง่ายๆ พร้อมสูตรอาหารปลาดุกลดต้นทุน

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์แบบง่ายๆ พร้อมสูตรอาหารปลาดุกลดต้นทุน

4 สิงหาคม 2022
1139   0

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์แบบง่ายๆ พร้อมสูตรอาหารปลาดุกลดต้นทุน

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์


ปลาดุก ในประเทศไทยที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงในอดีตนั้นแต่เดิมมี 2 ชนิด แต่ที่นิยมในการเพาะเลี้ยงอย่างมากได้แก่ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) เป็นปลาพื้นบ้านของไทยชนิดไม่มีเกล็ด รูปร่างเรียวยาว มีหนวด 4 เส้นที่ริมฝีปาก ผิวหนังมีสีน้ำตาล เนื้อมีสีเหลือง รสชาติอร่อยนุ่มนวล สามารถนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ ได้มากมาย ในประเทศไทยมีพันธุ์ปลาดุกอยู่จำนวน 5 ชนิด แต่ที่เป็นที่รู้จักทั่วๆ ไปคือ ปลาดุกอุย และ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ซึ่งในอดีตทั้งปลาดุกอุย และ ปลาดุกด้านได้มีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เมื่อมีการ นำปลาดุกชนิดใหม่เข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย




การเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่ ที่สามารถเลี้ยงกันได้อย่างง่ายๆ สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อน ย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าใช้จ่ายในการลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มาก สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมได้ และให้ผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ สำหรับผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ มีขั้นตอนรายละเอียดในการเลี้ยงดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์

  • สำหรับขั้นตอนในการเตรียมอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ นั้นประกอบไปด้วยอุปกรณ์ดังนี้
  • ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100 x 50 เซนติเมตร หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่ของแต่ล่ะท่านได้เลยครับ
  • ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
  • ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
  • ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
  • ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
  • ตาข่าย
  • น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
  • ปูน ทราย หิน
  • อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
  • พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
  • ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก

สำหรับขั้นตอนในการเตรียมบ่อปูนซีเมนต์ นั้น ถ้าเป็นบ่อเก่าก็จะไม่ค่อยมีอะไรยุ่งยากมากนัก แต่ถ้าเป็นบ่อที่มีการเริ่มใหม่ตั้งแต่การเตรียมบ่อเลย ก็อาจจะต้องใช้เวลาและแรงในการผสมปูนเทรองก้นพื้นบ่อ และทำการแช่น้ำเพื่อที่จะฆ่ากรดด่างในบ่อปูน ซึ่งก็ก็ทำได้หลายวิธีด้วยกันโดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

  • นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หรืออาจจะหลายวันก็ได้ หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
  • หลังจากนั้นก็ให้ใส่น้ำสะอาดลงไปเพื่อเตรียมการที่จะเลี้ยงปลาดุกเล็กต่อไป เราอาจจะหาผักตบ หรือผักตามแหล่งน้ำในพื้นที่มาใส่เพิ่มก็ได้เพื่อให้เป็นที่ลบซ่อนของปลาแต่ไม่ควรเยอะมากจนเกินไป




ขั้นตอนที่ 3 สูตรการทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

สำหรับการทำน้ำหมักสำหรับผสมน้ำเลี้ยงเพื่อปรับสภาพน้ำให้เหมาะต่อการเลี้ยงปลาดุกนั้นก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง ขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่ตามความเหมาะสมเลยครับ
  • น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
  • ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
  • มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
  • กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

ขั้นตอนวิธีทำทำน้ำหมักสำหรับเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์

เริ่มจากการหั่นมะละกอและก็ตามด้วยการหั่นกล้วยน้ำหว้ารวมทั้งห้่นฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดแล้วผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ประมาณ 7-10  วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15-20 วัน ก็สามารถนำออกมาใช้งานได้

เรามาดูประโยชน์ของน้ำหมักกันบ้างว่ามีอะไร

  • ใช้เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
  • ทำให้ปลาไม่เป็นโรค
  • ทำให้ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
  • ทำให้ปลาไม่มีมันในท้อง
  • ทำให้ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

เห็นไหมครับว่าน้ำหมันนั้นมีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะต่อพืชหรือต่อสิ่งมีชีวิตและขั้นตอนการทำก็ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากด้วย มือใหม่ก็สามารถทำได้เลยแต่ต้องรอเวลาในการย่อสลายของสารอินทรีย์และแบทรีเรียนิดหน่อยครับ

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 

การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อซีเมนต์ (กรณีเพาะขยายพันธุ์เอง)

สามารถดูแลรักษาได้ง่าย  ระดับความลึกของน้ำที่ใช้อนุบาลลึก อยู่ประมาณ 15-30 เซนติเมตร การอนุบาลลูกปลาดุกที่มีขนาดเล็ก (อายุ 3 วัน) ระยะแรกควรใส่น้ำในบ่ออนุบาลลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร เมื่อลูกปลามีขนาดใหญ่ขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น การอนุบาลให้ลูกปลาดุกมีขนาด 2-3 เซนติเมตร จะใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน น้ำที่ใช้ในการอนุบาลจะต้องเปลี่ยนถ่ายทุกวัน เพื่อเร่งให้ลูกปลาดุกกินอาหาร และ มีการเจริญเติบโตดีอีกทั้งเป็นการป้องกันการเน่าเสียของน้ำด้วย การอนุบาลลูกปลาดุกจะปล่อยในอัตรา 3000-4000 ตัว/ตรม. อาหารที่ใช้คือ ไรแดงเป็นหลัก ซึ่งหากให้อาหารเสริม เช่น ไข่ตุ๋น หรือเต้าหู้จะต้องระวังเกี่ยวกับการย่อยของลูกปลาและการ เน่าเสียของน้ำในบ่ออนุบาลให้ดีด้วย

ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์

อัตราปล่อยปลาดุก ควรปรับสภาพของน้ำในบ่อที่เลี้ยงให้มีสภาพเป็นกลาง หรือเป็นด่างเล็กน้อย แต่ต้องแน่ใจว่าบ่อซีเมนต์จะต้องหมดฤทธิ์ของปูน ลูกปลา ขนาด 2-3 ซม. ควรปล่อยในอัตราประมาณ 100 ตัว/ตรม. เพื่อป้องกันโรคซึ่งอาจจะติดมากับลูกปลา ใช้น้ำยาฟอร์มาลินใส่ในบ่อเลี้ยง อัตราความเข้มข้นประมาณ 30 ส่วนในล้าน (30 มิลลิลิตร/น้ำ 1 ตัน ในวันที่ปล่อยลูกปลาไม่จำเป็นต้องให้อาหารควรเริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที เหตุผลเพื่อ

  • ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
  • ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
  • ปลาไม่ป่วย
  • การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
  • อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
  • ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน / ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

การให้อาหาร

เมื่อปล่อยลูกปลาดุกลงในบ่อแล้ว อาหารที่ให้ในช่วงที่ลูกปลาดุกมีขนาดเล็ก  ควรให้อาหารผสมคลุกน้ำปั้นเป็นก้อนให้ลูกปลากิน โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง หว่านให้กินทั่วบ่อโดยเฉพาะในบริเวณขอบบ่อ เมื่อลูกปลามีขนาดโตขึ้นความยาวประมาณ 4-7 ซม. สามารถฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ หลังจากนั้นเมื่อปลาโตขึ้นจนมีความยาว 15 ซม. ขึ้นไป จะให้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวหรืออาหารเสริมชนิดต่างๆ ได้เช่น ปลาเป็ดผสมรำละเอียดอัตรา 1:9 หรือ ให้อาหารที่ลดต้นทุน เช่น อาหารผสมบดจากส่วนผสมต่างๆ เช่นกระดูกไก่ ไส้ไก่ เศษขนมปัง เศษเส้นหมี่ เศษเลือดหมู เลือดไก่เศษเกี้ยว หรือเศษอาหารเท่าที่สามารถหาได้ นำมาบดรวมกันแล้วผสมให้ปลากิน แต่การให้อาหารประเภทนี้จะต้องระวัง เรื่องคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงให้ดีเมื่อเลี้ยงปลาได้ประมาณ 2 เดือน ปลาจะมีขนาดประมาณ 124 กรัม/ตัว ซึ่งผลผลิตที่ได้จะประมาณ 10 กก./บ่อ อัตรารอดตายประมาณ 80%



สูตรอาหารปลาดุก  อย่างง่ายที่เกษตรกรสามารถหาวัตถุดิบได้ในพื้นที่ สามารถทำได้เอง จะสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงได้กว่าร้อยละ 50 โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ในการทำอาหารปลาดุกจำนวน 10 กิโลกรัม มีอัตรส่วนผสมของวัตถุดิบดังนี้

  • ปลาป่น 1  กิโลกรัม
  • รำอ่อน 1 กิโลกรัม
  • ข้าวโพดบด 1 กิโลกรัม
  • ปลายข้าวบด 1 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย

  • ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
  • ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
  • ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี

โรคของปลาดุก

ในกรณีที่มีการป้องกันอย่างดีแล้วแต่ปลาก็ยังป่วยเป็นโรค ซึ่งมักจะแสดงอาการให้เห็น โดยแบ่งอาการของโรคเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • การติดเชื้อจากแบคทีเรีย จะมีการตกเลือด มีแผลตามลำตัว และ ครีบกร่อน ตาขุ่น หนวดหงิก กกหูบวม ท้องบวม มีน้ำในช่องท้อง กินอาหารน้อยลงหรือไม่กินอาหาร ลอยตัว
  • อาการจากปรสิตเข้าเกาะตัวปลา จะมีเมือกมาก มีแผลตามลำตัว ตกเลือด ครีบเปื่อย จุดสีขาวตามลำตัว สีตามลำตัวซีดหรือเข้มผิดปกติเหงือกซีดว่ายน้ำทุรนทุราย ควงสว่านหรือไม่ตรงทิศทาง
  • อาการจากอาหารมีคุณภาพไม่เหมาะสม คือ ขาดวิตามินบีกระโหลกร้าว บริเวณใต้คางจะมีการตกเลือด ตัวคด กินอาหารน้อยลง ถ้าขาดวิตามินบีปลาจะว่ายน้ำตัวเกร็งและชักกระตุก
  • อาการจากคุณภาพน้ำในบ่อไม่ดี ปลาจะว่ายน้ำขึ้นลงเร็วกว่าปกติครีบกร่อนเปื่อย หนวดหงิก เหงือกซีดและบวม ลำตัวซีด ไม่กินอาหาร ท้องบวม มีแผล
    ตามตัว

อนึ่ง ในการรักษาโรคปลาควรจะได้พิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจเลือกใช้ยาหรือสารเคมีสาเหตุของโรค ระยะรักษา ค่าใช้จ่ายในการรักษา

แหล่งที่มา : Sarakaset.com


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ