แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 121 ตร.ม.

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ฟังก์ชั่น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย  121 ตร.ม.

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น






สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามี แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น มารีวิวให้ชมเป็นไอเดียในการสร้างบ้านกันครับ บ้านสไตล์โมเดิร์น หลังนี้มีฟังก์ชั่น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย  121 ตารางเมตร  ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก  บ้านรักษ์นครราชสีมา จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มา : เพจบ้านรักษ์
เรียบเรียง : Withikaset.com

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

รายละเอียด

  • แบบบ้านพักอาศัย สไตล์โมเดิร์น
  • แบบ1BR 21012-1 บ้านพักอาศัย 1 ชั้น
  • พื้นที่ก่อสร้าง : ต.บ้านชุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
  • ขนาดบ้าน : 3 ห้องนอน , 2 ห้องน้ำ , 1 ห้องรับแขก , 1 ห้องครัว-อาหาร
  • ขนาดแปลน : กว้าง 10.50 ม. ลึก 11.50 ม.
  • พื้นที่ใช้สอย : 121 ตารางเมตร
  • ราคาก่อสร้าง : 1.96 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุ และพื้นที่ใช้สอย
  • เพจบ้านรักษ์นครราชสีมา
  • Ib เพจบ้านรักษ์
  • 065-787-8922 หรือ 065-423-5361

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น





แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

 

 

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น



ห้องครัว พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องอย่างดี รวมถึงเคาน์เตอร์ครัวและผนังบริเวณนั้น บนเคาน์เตอร์ได้ติดตั้งอ่างล้างจานแบบ 2 ช่อง ส่วนในขณะที่ประกอบอาหาร ก็มีทั้งหน้าต่างและประตูหลังบ้านที่เป็นช่องทางระบายอากาศ



ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้มีขนาดกว้างพอเหมาะ ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยมีลวดลายและโทนสีที่เข้ากัน ส่วนห้องน้ำอีกห้องก็มีการปูดระเกระเบื้องทั้งพื้นและผนังที่สวยงสมเช่นกัน ที่ฝ้าเพดานฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ ตามจุดต่างๆของห้องติดตั้งสุขภัณฑ์ที่หลากหลาย และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือหน้าต่างระบายอากาศ

หากต้องการก่อสร้างตามแบบนี้ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างเริ่มต้น 1.96 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ ท่านที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ เพจบ้านรักษ์ ตามเบอร์โทรด้านล่างนี้เลย

ที่มา: เพจบ้านรักษ์
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์: 065-787-8922 หรือ 065-423-5361

หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ โดยใช้สารเร่ง ซุปเปอร์ พด.2

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ โดยใช้สารเร่ง ซุปเปอร์ พด.2

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ


น้ำสกัดชีวภาพ หรือ น้ำหมักชีวภาพ หรือ ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เป็นภูมิปัญญาของเกษตรกรนำมาใช้ใน การเพิ่มผลผลิตและป้องกันกำจัดศัตรูพืช เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุดิบหลากหลายจำนวนมากจากการเกษตรทำให้มีวัสดุเหลือทิ้ง เช่น เศษปลาเศษผัก ผลไม้ และอื่น ๆ เกษตรกรได้นำวัสดุเหล่านี้มาผลิตเป็นปุ้ยอินทรีย์น้ำได้ผลเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีวิธีการผลิตที่ถูกต้องและมีคุณภาพ




กรมพัฒนาที่ดินจึงได้ดำเนินการวิจัยกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการผลิตแอลกอฮอล์ กรดอินทรีย์ เอนไซม์ย่อยสลายโปรตีนและเศษพืช ซึ่งเจริญได้ดี ในอุณหภูมิปกติ เพื่อนำมาผลิตเป็นสารเร่ง พด.2 สำหรับผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่มีคุณภาพดี เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช การแตกตา การออกดอก การติดผลดีและเพิ่มผลผลิต และได้นำสารเร่ง พด.2 ออกส่งเสริมและเผยแพร่สู่เกษตรกร เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 โดยในสารเร่ง พด.2 จำนวน 1 ซอง (25 กรัม) จะมีปริมาณจุลินทรีย์ดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 10’* เซลล์ สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำได้ 50 ลิตรซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้ผลิตและจัดหาสารเร่ง พด.2 เผยแพร่ให้กับเกษตรกรมาโดยตลอด

ความหมายของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ หมายถึง ปุ๋ยอินทรีย์ในรูปของเหลวซึ่งได้จากการนำวัสดุเหลือใช้จากพืชหรือสัตว์ซึ่งมีลักษณะสดหรือมีความชื้นสูงในลักษณะเป็นของเหลวและอาศัยกิจกรรมของจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายทำให้ได้กรดอินทรีย์ และฮอร์โมนหรือสารเสริมการเจริญเติบโตพืซหลายชนิด สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร

ความหมายของสารเร่ง พด.2

สารเร่ง พด.2 หมายถึงเชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายวัสดุการเกษตร ลักษณะเปียกหรือมีความชื้นสูงเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำ โดยดำเนินกิจกรรมการหมักในสภาพที่ไม่มีออกซิเจนทำให้กระบวนการหมักดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประกอบด้วยจุลินทรีย์ 3 สายพันธุ์ ดังนี้

  • ยีสต์ผลิตแอลกอฮอล์ กรดอินทรีย์ และวิตามินบี Saccharomyces sp.
  • แบคทีเรียผลิตกรดแลคติค Lactobacillus sp.
  • แบคทีเรียย่อยสลายโปรตีน Bacillus sp.

วัสดุที่ใช้ในการผลิตน้ำหมักชีวภาพ

น้ำหมักชีวภาพจากผักและผลไม้ จำนวน 50 ลิตร (ใข้เวลาในการหมัก 7 วัน)

  • ผักหรือผลไม้ 40 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม (หรือน้ำตาลทราย 5 กิโลกรัม)
  • น้ำ 10 ลิตร (หรือให้ท่วมวัสดุหมัก)
  • สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน  1   ซอง (25 กรัม)

น้ำหมักชีวภาพจากปลาหรือหอยเชอรี่ จำนวน 50 ลิตร ใช้เวลาในการหมัก (15-20 วัน)

  • ปลาหรือหอยเชอรี่ 30 กิโลกรัม
  • ผลไม้ 10 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม (หรือน้ำตาลทราย 5 กิโลกรัม)
  • น้ำ 10 ลิตร (หรือให้ท่วมวัสดุหมัก)
  • สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ซอง (25 กรัม)

การผลิตน้ำหมักชีวภาพโดยใช้สารเร่ง

วิธีการผลิตน้ำหมักชีวภาพ

  • ทั่นหรือสับวัสดุพืชหรือสัตว์ให้เป็นชิ้นเล็กๆ
  • ผสมกากน้ำตาลกับน้ำในถังหมักคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • ใส่สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซอง ในส่วนผสมของกากน้ำตาลกับน้ำ คนให้เข้ากันนาน 5 นาที
  • นำเศษพืชหรือสัตว์ใส่ลงไปในถังหมัก และคนส่วนผสมให้เข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิทและตั้งไว้ในที่ร่ม
  • ในระหว่างหมัก คนหรือกวน 1-2 ครั้งต่อวัน เพื่อระบายก็ซคาร์บอนไดออกไซด์และทำให้ส่วนผสมคลุกเคล้าได้ดียิ่งขึ้น

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ

การผลิตน้ำหมักชีวภาพโดยวิธีการต่อเชื้อ

นำน้ำหมักชีวภาพที่ใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ที่หมักเป็นเวลา 5-7 วัน ซึ่งจะสังเกตเห็นฝ้าสีขาวที่ผิวหน้าวัสดุหมัก จำนวน 2 ลิตร แทนการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซอง ในการผลิตน้ำหมักชีวภาพ 50 ลิตร และใข้วัสดุหมัก 30-40 กิโลกรัม




คุณสมบัติของน้ำหมักชีวภาพ

  • มีฮอร์โมนหรือสารเสริมการเจริญเติบโตหลายชนิด เช่น ออกชิน จิบเบอเรลลิน และไซโตไคนิน
  • มีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดแลคติก กรดอะซิติก กรดอะมิโน และกรดฮิวมิก
  • มีวิตามินบี เช่น วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน และวิตามินบี 3 (ไนอะซีน)
  • มีความเป็นกรดเป็นด่าง (PH) อยู่ระหว่าง 3-4

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

  • เร่งการเจริญเติบโตของรากพืช เพิ่มการขยายตัวของใบ และยืดตัวของลำต้น
  • ชักนำให้เกิดการงอกของเมล็ด ส่งเสริมการออกดอกและติดผลดีขึ้น
  • เป็นสารช่วยขับไล่แมลงศัตรูพืช
  • ทำความสะอาดและลดกลิ่นเหม็นในคอกเลี้ยงสัตว์

ข้อเสนอแนะ

  •  ต้องปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุในพื้นที่เพาะปลูกก่อนใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
  • ควรกรองปุ๋ยอินทรีย์น้ำแล้วเก็บใส่ภาชนะพร้อมปีดฝาหลังจากหมัก 30 วัน สำหรับกากวัสดุที่เหลือจากการทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำให้นำไปใส่ในกองปุ๋ยหมัก เพื่อย่อยสลายก่อนจึงจะนำไปใส่ลงดินได้
   ที่มา : จากเอกสารเผยแพร่เรื่องสารเร่งประเภทจุลินทรีย์ พด.1 พด.2 พด.3
             กลุ่มวิจัยและพัฒนาอินทรีย์วัตถุเพื่อการเกษตร
             สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน
             กรมพัฒนาที่ดิน
             กระทรวงเกษตรและสหกรณ์



บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

การผลิตปุ๋ยหมัก โดยใช้สารเร่ง ซุปเปอร์ พด.1

การผลิตปุ๋ยหมัก โดยใช้สารเร่ง ซุปเปอร์ พด.1

การผลิตปุ๋ยหมัก

การผลิตปุ๋ยหมัก


ความหมายของปุ๋ยหมัก

ปุ๋ยหมัก เป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งเกิดจากการนำซาก หรือเศษเหลือจากพืชมาหมักรวมกันและผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยกิจกรรมจุลินทรีย์ จนเปลี่ยนสภาพไปจากเดิมเป็นวัสดุที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เปื่อยยุ่ย ไม่แข็งกระด้าง และมีสีน้ำตาลปนดำ





สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 สำหรับผลิตปุ๋ยหมัก

เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใข้จากการเกษตรที่มีองค์ประกอบของเชลลูโสสและไขมันที่ย่อยสลายยาก เข่น ทะลายปาล์ม ขี้เลื่อย เปลือกถั่วเปลือกเมล็ดกาแฟ เพื่อผลิตปุ๋ยหมักในเวลารวดเร็ว เป็นจุลินทรีย์ที่ทนอุณหภูมิสูง ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายเซลลูโลส และจุลินทรีย์ที่ย่อยไขมัน

ส่วนผสมของวัสดุ ในการกองปุ๋ยหมัก 1 ตัน ประกอบด้วย

  • เศษพืชแห้ง 1,000  กิโลกรัม
  • มูลสัตว์ 200  กิโลกรัม
  • ปุ๋ยไนโตรเจน 2  กิโลกรัม
    (หรือน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากปลา 9 ลิตร)
  • สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ซอง (100 กรัม)

วิธีการกองปุ๋ยหมัก

กองปุ๋ยหมัก 1 ตัน มีความกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 1.5 เมตร การกองมี 2 วิธี วัสดุที่มีขนาดเล็ก คลุกเคล้าวัสดุให้เข้ากันแล้วกองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วัสดุที่มีชิ้นส่วนยาวให้กองเป็นขั้นๆ 3-4 ชั้น แบ่งส่วนผสมที่จะกองออกเป็น 3-4 ส่วน ตามจำนวนชั้นที่กอง ดังนี้

  •  ผสมสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ในน้ำ 20 ลิตร คนนาน 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ออกจากสภาพที่เป็นสปอร์และพร้อมที่จะเกิดกิจกรรมการย่อยสลาย
  • การกองชั้นแรกนำวัสดุที่แบ่งไว้ส่วนที่หนึ่ง มากองเป็นขั้น มีขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร  สูง 30-40 เชนดิเมตร ย่ำให้พอแน่นและรดน้ำให้ชุ่ม แล้วนำมูลสัตว์โรยที่ผิวหน้าเศษพืช
  • โรยปุ๋ยไนโตรเจนทับบนชั้นของมูลสัตว์ หรือรดด้วยน้ำหมักชีวภาพจากปลา แล้วราดสารละลายสารเร่งให้ทั่วโดยแบ่งใส่เป็นชั้นๆ
  • หลังจากนั้นนำเศษพืชมากองทับเพื่อทำชั้นต่อไป ปฏิบัติเหมือนการกองชั้นแรก ทำเช่นนี้อีก 2-3 ชั้น ชั้นบนสุดของกองปุ๋ยปิดทับด้วยเศษพืชที่เหลืออยู่ เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น

การผลิตปุ๋ยหมัก

การดูแลรักษากองปุ๋ยหมัก

  • รดน้ำรักษาความชื้นในกองปุ๋ย ให้กองปุ๋ยชุ่มอยู่เสมอมีความขึ้น 50-60 เปอร์เซ็นต์
  • ควรกลับกองปุ๋ยหมัก 7-10 วันต่อครั้ง เพื่อเป็นการระบายอากาศ เพิ่มออกซิเจนและช่วยให้วัสดุคลุกเคล้าเข้ากัน แล้วเก็บรักษากองปุ๋ยหมักที่เสร็จแล้วไว้ในโรงเรือนหลบแดดและฝน

หลักการพิจารณาปุ๋ยหมักที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • สีของวัสดุเศษพืชมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ
  • ลักษณะของวัสดุเศษพืชมีลักษณะอ่อนนุ่ม ยุ่ย ขาดออกจากกันง่าย
  • กลิ่นของวัสดุปุ๋ยหมักที่สมบูรณ์จะไม่มีกลิ่นเหม็น
  • อุณหภูมิภายในและภายนอกกองปุ๋ยใกล้เคียงกัน
  • สั่งเกตเห็นการเจริญของพืชบนกองปุ๋ยหมัก
  • ค่าอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับหรือต่ำกว่า 20 : 1

อัตราและวิธีการใช้ปุ๋ยหมัก

ข้าว : ใช้ 2 ตันต่อไร่ หว่านให้ทั่วพื้นที่แล้วไถกลบก่อนปลูกพืช

พืชไร่ : ใช้ 2 ตันต่อไร่ โรยเป็นแถวตามแนวปลูกพืซแล้วคลุกเคล้ากับดิน

พืชผัก : ใช้ 4 ตันต่อไร่ หว่านทั่วแปลงปลูกไถกลบขณะเตรียมดิน

ไม้ผล ไม้ยืนต้น

เตรียมหลุมปลูก   : ใช้ 20 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้าปุ้ยหมักกับดินใส่รองกันหลุม

ต้นพืขที่เจริญแล้ว  : ใช้ 20-50 กิโลกรัมต่อต้น โดยขุดร่องลึก 10 เซนติเมตร ตามแนว

ทรงพุ่มของต้น ใส่ปุ๋ยหมักในร่องและกลบด้วยดินหรือหว่านให้ทั่วภายใต้ทรงพุ่ม

ไม้ตัดดอก : ใส่ปุ๋ยหมัก 2 ตันต่อไร่

ไม้ดอกยืนต้น : ใช้ 5-10 กิโลกรัมต่อหลุม

ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก

  • ปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพดิน ให้ดินร่วนซุย การระบายอากาศ และการอุ้มน้ำของดินดีขึ้น
  • เป็นแหล่งธาตุอาหารพืช ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุ
  • ดูดยึดและเป็นแหล่งเก็บธาตุอาหารในดินไม่ให้ถูกชะล้างสูญเสียไปได้ง่าย และปลดปล่อยออกมาให้พืชใช้ประโยชน์ทีละน้อยตามฤดูปลูก
  • เพิ่มความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดเป็นด่างของดิน
  • เพิ่มแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ดิน

ที่มา : กรมพัฒนาที่ดิน 2003/61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Call Center 1760 02-941-2227 , www.ldd.go.th




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน ด้วยหยวกกล้วยหมัก

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน ด้วยหยวกกล้วยหมัก

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน





อาหารไก่ นั้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้การเลี้ยงไก่นั้นมีกำไรหรือขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงแต่ละครั้ง ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ของการเลี้ยงนั้นจะเป็น ต้นทุนทั้งหมดเป็นค่าอาหาร ไก่นั้นนอกจากจะต้องการอาหาร เพื่อการเจริญเติบโตแล้ว การที่ผู้เลี้ยงจะลดต้นทุนการเลี้ยง ในส่วนของค่าอาหารลงนั้น สามารถทำได้โดยการ ประกอบสูตรอาหารที่มีราคาถูก และมีคุณภาพดี เลือกใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่มีราคาถูกตามฤดูกาลและให้อาหารแก่ไก่กิน อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ้งก็มีด้วยกันหลากหลายสูตร โดย คุณบุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกรคลื่นลูกใหม่ได้ แนะนำสูตรการทำอาหารไก่ประหยัดต้นทุน โดยมีวิธีการทำ ดังนี้

ส่วนผสม

  1. หยวกกล้วย 20 กิโลกรัม
  2. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
  3. เกลือเม็ด ครึ่ง กิโลกรัม

ประโยชน์

สูตรอาหารไก่ ประหยัดต้นทุนจะช่วยให้ไก่แข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ลดกลิ่นเหม็น ช่วยให้ไข่ดก ไข่ไก่สีสวย ไข่แดงสดใส กลม ไม่แตก

เพิ่มเติมสูตรอื่น…

สูตรอาหารไก่ไข่ ( นางกำไร  ระวังโค )

ส่วนผสม

  1. รำละเอียด  30  กก.
  2. ปลายข้าว   1   กก.
  3. น้ำตาลทรายแดง หรือ กากน้ำตาล 1 กก.
  4. เกลือแกง   2  ช้อนโต๊ะ
  5. ขี้วัวแห้ง   4 กก.
  6. ดินนาบด   2  กก.
  7. ต้นกล้วยสับ 30  กก.

วิธีการทำ

      นำส่วนผสมทั้งหมดตามสัดส่วนมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปให้ไก่กินได้เลยหรือบรรจุในถัง ปิดฝาให้สนิท  หรือ  ใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้สนิท  หมักไว้จำนวน 5 วันจะมีตัวหนอน (มีหนอนจะดีมาก)

 การนำไปใช้

  • กรณีไก่พร้อมจะไข่ นำมาผสมกับอาหารไก่สำเร็จรูปในอัตราส่วน 1:3 (อาหารที่ทำเอง 1 ส่วน ต่อ อาหารสำเร็จรูป 3 ส่วน)
  • กรณีไก่สาว ผสมกับอาหารไก่ 50:50 และลดปริมาณอาหารสำเร็จรูปลงเรื่อย ๆ

 สารอาหารที่ได้รับ

  • โปรตีน  15.3 %
  • ธาตุเหล็กในดินนา

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน (โดย คุณมนตรี นักระนาด )

ส่วนผสม

  1. หยวกกล้วยอ่อน 1/2 กิโลกรัม
  2. รำละเอียด 2 กำมือ
  3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 กำมือ
  4. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 4 ช้อนโต๊ะ
  5. วิตามินสำหรับเลี้ยงไก่ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกทำการนำหยวกกล้วยอ่อนมาซอยบางๆ แล้วใส่ถังผสมไว้
  2. จากนั้นนำวิตามินมาเทผสมลงไป แล้วขยำคลุกเคล้าให้หยวกกล้วยและวิตามินเข้าด้วยกัน
  3. นำรำละเอียดใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมเข้าด้วยกั
  4. ตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีกชั้นหนึ่ง เทตามลงไปเลย
  5. ขั้นสุดท้าย เทจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ใส่ตามลงไป (จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงช่วยให้สัตว์เจริญเติบโตได้ดีเช่นกันค่ะ) เมื่อส่วนผสมใส่ครบเรียบร้อยให้ทำการคลุกเคล้าผสมส่วนผสมที่ใส่ลงไปทั้งหมดให้เข้าเนื้อ
  6. เมื่อคลุกเคล้าเรียบร้อยแล้ว สามารถนำไปเทให้ไก่ได้เลย อาหารไก่สูตรพิเศษนี้จะมีกลิ่นหอมไม่เหม็น ไก่รับประทานง่าย

การให้อาหารไก่

ให้อาหารไก่ 1 ครั้ง/วัน ห้ามลืมเด็ดขาดถ้าลืมไก่จะไข่ลดลงอย่าเห็นได้ชัด ส่วนมูลไก่ให้เก็บทุกเช้าก่อนให้อาหารแล้วใส่ถุงปุ๋ยไว้ สามารถนำมาผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใช้รดน้ำต้นไม้พืชผักจะงามด้วย




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

การเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ

การเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ

การเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ

หมูหลุมคืออะไร ต่างจากการเลี้ยงหมูปกติอย่างไร? บทความนี้เราจะมาเผย การเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ว่าทำไมแต่ละแห่งบอกว่า จัดการง่าย ไม่เหม็น ทำอย่างไร ต้องขุดหลุม หรือมีคอก ฯลฯ อ่านบทความนี้จบ ไปหาหมูมาเลี้ยงได้เลย เป็นรายได้เสริมได้เลย รวยแน่นอนครับ..




อาชีพหลัก ของประชากรในประเทศไทยคือการทำเกษตรกรรมและลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงหมู ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่เกษตรกรนิยมทำกันมาก ปัจจุบันการเลี้ยงหมู มีต้นทุนสูง และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มูลของหมูส่งกลิ่นเหม็นรบกวนก่อนข้างมาก จากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกษตรกรรมธรรมชาติของประเทศเกาหลี ทำให้เกษตรกร ไทยมีทางเลือกในการเลี้ยงหมู โดยมีต้นทุนต่ำ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จากมูลของหมูได้อีก ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจาก ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ เพราะใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น พืชผักหลายชนิดที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นการลดค่ขนส่ง ทางเลือกดังกล่าวคือ การเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ

การสร้างโรงเรือน (คอกหมูหลุม)

1) พื้นที่ใช้ในการสร้างโรงเรือน ควรเป็นที่สูง น้ำท่วมไม่ถึง สร้างโรงเรือนตามแนวทิศตะวันออก และทิศตะวันตก วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ควรเป็นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น โครงหลังคาทำด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา หรือหญ้าแฝก ใบจาก

2) พื้นที่สร้างคอกคำนวณจาก หมู 1 ตัว ต่อพื้นที่ 1.2 ตร.ม

  • คอกขนาด 2 x 3 เมตร เลี้ยงหมูได้ 5 ตัว
  • คอกขนาด 3 x 4 เมตร เลี้ยงหมูได้ 10 ตัว

3) ขุดหลุมลึก 70 – 90 ชม. ก่อกำแพงล้อมรอบภายในทั้ง 4 ด้าน ด้วยอิฐหรือไม้ไผ่ เพื่อป้องกันดินพังลงหลุม

4) ใส่วัสดุรองพื้นคอกลงในหลุม ประกอบด้วย

  • แกลบหรือขี้เลื่อย 100 ส่วน
  • ดินส่วนที่ขุดออกหรือปุยคอก (ขี้วัวแห้ง) 10 ส่วน
  • เกลือ 0.3 – 0.5 ส่วน
  • รำละเอียด 1 ส่วน
  • น้ำหมักชีวภาพ หรือ พ.ด.2

แบ่งความลึกของบ่อเป็น 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความลึกประมาณ 25 – 30 เซนติเมตร โดยแต่ละชั้นมีขั้นตอน ดังนี้

  •  ใส่แกลบหรือขี้เลื่อยลงให้มีความสูงประมาณ 25 – 30 ชม.
  • ใส่ดินที่ขุดออกหรือปุ๋ยคอกตามสัดส่วนที่กำหนดแล้ว โรยด้วยรำละเอียดและเกลือ
  • รดด้วยน้ำหมักชีวภาพ หรือ พ.ด.2 ขึ้นพอหมาดๆเมื่อทำครบ 3 ชั้นแล้ว ให้ใช้แกลบหรือขี้เลื่อยโรยปิดหน้าหนาประมาณ 1 ฝ่ามือ ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน จึงนำหมูเข้าเลี้ยง

พันธุ์หมู

ควรใช้หมูลูกผสม 3 สายเลือด จะโตเร็วหรือหมูพันธุ์พื้นเมืองก็ได้แต่อาจโตช้ากว่าเล็กน้อย โดยเริ่มนำเข้าเลี้ยงเมื่อหมูมีอายุ 1 เดือนครึ่ง (6 สัปดาห์) น้ำหนัก 15 – 20 กก.




การจัดการเลี้ยงดูหมูหลุม

  • หลังจากนำหมูเข้าเลี้ยงในช่วงเดือนแรก ให้ใช้อาหารเม็ดของหมูอ่อนหลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นรำ ปลายข้าวและผสมพืชหมัก เศษผัก หรือผักต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น เช่น หยวกกล้วยหมัก ใบปอสา ผักโขม ผักบุ้ง เป็นต้น
  • ควรมีน้ำหมักสมุนไพรหรือน้ำหมักผลไม้ อัตรา 2 ช้อนต่อน้ำ 10 ลิตร ให้กินตลอดเวลา
  • ใช้น้ำหมักชีวภาพ หรือ อี.เอ็ม. รดพื้นคอกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อลดกลิ่น
  • หากแกลบหรือขี้เลื่อยภายในหลุมยุบ ก็ให้นำแกลบใหม่เติมเข้าไปจนเสมอปากหลุม

การให้อาหาร

ช่วงหมูเล็ก (หลังจากหย่านมจนถึงน้ำหนัก 30 กก.) ใช้อาหารเม็ดของหมูอ่อน หรืออาจจะผสมอาหารหมูเล็กประกอบด้วยรำอ่อน ปลายข้าว กากถั่วเหลืองและปลาปน หรือใช้น้ำปลาหมักหรือน้ำหอยเชอรี่หมักแทนปลาป่นโดยผสมกับอาหารข้นให้หมูกินเมื่อน้ำหนักมากกว่า 30 กก. ให้รำปลายข้าว ผสมกับพืชหมัก จะทำให้หมูเจริญเติบโตได้ดี

การทำอาหารหมักสำหรับหมูหลุม

วัสดุอุปกรณ์

  • ถังหรือถุงดำสำหรับใส่อาหารหมัก
  • ผลไม้หรือพืชผักสีเขียวทุกชนิด
  • น้ำตาลทรายแดง
  • เกลือเม็ด
  • พลาสติกหรือถุงอาหารสัตว์เก่า

อัตราส่วนการใช้

เศษผลไม้หรือพืชผักสีเขียว 100 กิโลกรัม ต่อน้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาล 4 กิโลกรัม ต่อเกลือเม็ด 1 กิโลกรัม

ขั้นตอนและวิธีการทำ

หั่นผลไม้หรือเศษพืชผักออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาด2-4 เซนติเมตร นำผลไม้หรือเศษพืชที่หั่นเรียบร้อยใส่ในถังหรือถุงดำแล้ว ใช้มือกดหรือใช้เท้าเหยียบให้แน่นและเรียบ โรยน้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาลให้ทั่วและโรยเกลือเม็ดทับหน้าให้ทั่ว ปิดปากถังด้วยพลาสติกหรือถุงอาหารสัตว์เก่า และปิดด้วยฝาถังอีกครั้ง หมักทิ้งไว้ 8-12 วัน หากจำเป็นเร่งด่วนหมัก 4-5 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้

หมายเหตุ ถ้าหมักอาหารจำนวน 100 กิโลกรัม และสามารถแบ่งการหมักออกเป็น 4 ชั้น ๆ ละ 25 กิโลกรัม โดยใช้อัตราส่วน ขั้นตอน และวิธีการทำดังที่กล่าวข้างต้น จะทำให้การหมักอาหารมีคุณภาพดียิ่งขึ้น

ข้อบ่งใช้ ใช้ตามอัตราส่วนที่ต้องการ เช่น อาหารหมัก80 กิโลกรัม ต่ออาหารสำเร็จ 20 กิโลกรัม หรือ อาหารหมัก70 กิโลกรัม ต่ออาหารสำเร็จ 30 กิโลกรัม เป็นต้น

อาหารสุกร (เพิ่มเติม)

  • อาหารสุกรธรรมชาติที่ชาวบ้านเลี้ยงในอดีต ใช้วิธีหั่นหยวกกล้วย เก็บผักหญ้าเศษอาหาร
  • จากการศึกษาการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรจีน เขาจะใช้เศษพืชผัก ยอดมันสำปะหลังสับเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกน้ำตาลทราย หรือกากน้ำตาล หมักในถุงดำขนาดใหญ่ อัตราหมัก 100 : 4 ทิ้งไว้ 4 – 5 วัน ก็นำไปเลี้ยงสุกร โดยผสมปลายข้าว รำอ่อน ก็จะช่วยลดต้นทุน โดยไม่ใช้อาหารสำเร็จรูปเลย
  • ผลการวิจัยของ ดร.สุริยา สานรักกิจ แห่งฝ่ายเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิจัยพบว่า เศยผักมี ปลอดสายพิษ 100 กก. หมักน้ำตาลทราบ หรือกากน้ำตาล 4 กก. และผสมเกลือ 1 กก. หมักในถุงดำไล่อากาสออก มัดปากถุงทิ้งไว้ 7 วัน จะได้ผักที่มีคุณภาพดี
  • อาจารย์ โช ฮาน คิว เจ้าตำราบอกว่า อาหารสุกรประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 30 % ควรเป็นพืชสีเขียว ดิน IM0 สามารถนำมาคลุกกับรำ และปลายข้าวนำไปผสมอาหารจากตลาดได้ครึ่งต่อครึ่ง อาจหมักกับหยวกกล้วย ที่สับเป็นชิ้นเล็กๆได้
  • การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ตากแห้งบดเป็นผงรวมกัน เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้น ไพล ฝรั่งขึ้นก ลูกใต้ใบ ใช้ผักบด 1 กก. ผสมอาหารแห้งทุก 100 กก.

สอบถามรายละเอียดได้ที่
กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมปศุสัตว์โทร. 0 2653 4444 ต่อ 3373 โทรสาร 0 2653 4930 E-mail : drasa3@dld.go.th www.royal.did.go.th




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 117 ตรม.

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 117 ตรม.

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น






สวัสดีครับ วันนี้เรามีแบบบ้านสวย ๆ ซึ่งเป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องโถง พร้อมครัว  ผลงานคุณภาพ จากผู้รับเหมาพและช่างมืออาชีพ มาให้ทุกคนได้รับดู เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านที่กำลัง คิดจะสร้างบ้านกันอยู่ สำหรับ แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น  ในวันนี้ เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย บริษัท ไนน์ตี้ไฟว์ คอนสตรัคชั่น ลำปาง จำกัด  เห็นแล้วจะสวยงามสะดุดตาขนาดไหน และ ท่านใดที่กำลังมีโครงการในการจะสร้างบ้านในเวลาอันใกล้นี้ ไม่ควรพลาดครับ ไปชมพร้อม ๆ กันเลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : บริษัท ไนน์ตี้ไฟว์ คอนสตรัคชั่น ลำปาง จำกัด
เรียบเรียง : withikaset.com

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านหลังนี้มีเพียงชั้นเดียว เป็นอีกหนึ่งหลังที่สร้างมาด้วยสไตล์โมเดิร์น  ฟังก์ชันของบ้าน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว  เฉลียง/ ระเบียง มีพื้นที่ใช้สอยรวม 117 ตารางเมตร และจบด้วยงบก่อสร้าง 1,3xx,xxx บาท

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

พิกัดของบ้าน คือ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เจ้าของคือ คุณก้อย หลังคาบ้านที่เป็นทรงเพิงแหงน มุงด้วยเมทัลชีทอย่างดี ตามด้วยฝ้าชายคาสีขาวที่มีไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมฝังไว้ ตัวบ้านที่แต่งด้วยสีเทา เสริมด้วยบัวระแนงสีส้มที่สดใส ส่วนผนังใต้ชายคาที่กรุทับด้วยไม้ฝาเฌอร่า คาดด้วยบัวระแนงสีดำ ระเบียงหน้าบ้านปูพื้นด้วยกระเบื้องสีน้ำตาล และมีม้านั่งที่สร้างไว้เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อน

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น





บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น





ประตูใหญ่ที่เปิดเข้าภายใน เป็นบานกระจกใสที่โดดเด่นด้วยขอบบัวสีขาว ห้องโถงกว้างที่เปิดประตูเข้ามาเจอ ปูพื้นด้วยกระเบื้องผิวมันสีขาว ผนังห้องนี้ทาด้วยสีขาวอ่อน ฝ้าเพดานโซนหน้าเป็นแบบหลุมที่มีไฟซ่อน และตรงกลางได้ประดับโคมไฟช่อที่ส่องแสงสว่างทั่วห้อง

ห้องครัว พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องอย่างดี รวมถึงเคาน์เตอร์ครัวและผนังบริเวณนั้น บนเคาน์เตอร์ได้ติดตั้งอ่างล้างจานแบบ 2 ช่อง ส่วนในขณะที่ประกอบอาหาร ก็มีทั้งหน้าต่างและประตูหลังบ้านที่เป็นช่องทางระบายอากาศ

ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้มีขนาดกว้างพอเหมาะ ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยมีลวดลายและโทนสีที่เข้ากัน ส่วนห้องน้ำอีกห้องกระเบื้องลายไม้ ที่ฝ้าเพดานฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ ตามจุดต่างๆของห้องติดตั้งสุขภัณฑ์ที่หลากหลาย และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือหน้าต่างระบายอากาศ

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของท่าน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ 

ขอบคุณที่มา: เพจ รับสร้างบ้านลำปาง ภาคเหนือ บริษัท ไนน์ตี้ไฟว์ คอนสตรัคชั่น ลำปาง จำกัด
สนใจติดต่อ : 093-274-9595 (คุณแจม), 093-225-9998(คุณบุ๋ม)


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

เมนู ผัดดอกหอมใส่ไก่

เมนู ผัดดอกหอมใส่ไก่

ผัดดอกหอมใส่ไก่

ดอกหอม (Onion Flower Stem) เป็นพืชล้มลุก อยู่วงค์เดียวกับกระเทียม มีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นจะถูกห่อหุ้มด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ มีสีเขียว มีกลิ่นฉุนแรง ดอกออกเป็นช่อ แทงออกมาจากตรงกลางลำต้น ก้านช่อดอกยาวกลมข้างในกลวง ดอกมีลักษณะแบบซี่ร่ม ทรงกลมแล้วจะบานออก มีดอกย่อยเล็กๆอยู่บนก้านจำนวนมาก กลีบดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอม ก้านมีสีเขียว มีรสชาติหวานกรอบ มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียกลาง เป็นที่นิยมปลูกกันทั่วไป ในหลายประเทศทั่วโลก เป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีมาแต่โบราณ มีประโยชน์และสรรพคุณ ทางยาหลายอย่าง นำมาประกอบอาหาร เมนูต่างๆได้หลายเมนู

ดอกหอม

ดอกหอม (Dok-Hom) เป็นพืชล้มลุก อยู่วงค์เดียวกับกระเทียม มีหัวอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมๆ ลำต้นจะถูกห่อหุ้ม ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะดาบยาวรี ปลายแหลม ใบกลมข้างในกลวง โคนใบเป็นกาบออกหุ้มสลับซ้อนกันอยู่ ตรงโคนลำต้น มีสีเขียว มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุนแรง ดอกออกเป็นช่อ แทงออกมาจากตรงกลางลำต้น ก้านช่อดอกยาวกลมข้างในกลวง ดอกมีลักษณะแบบซี่ร่ม ทรงกลมแล้วจะบานออก มีดอกย่อยเล็กๆอยู่บนก้านจำนวนมาก กลีบดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอม ก้านมีสีเขียว มีรสชาติหวานกรอบ นำมาประกอบอาหาร เมนูต่างๆได้หลายเมนู พันธุ์ดอกหอมที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์หอมหัวใหญ่




  • ลำต้น เป็นพืชล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นมีลักษณะทรงกลม ลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว
  • ราก ระบบรากฝอยเล็กๆ สีน้ำตาล ออกด้านล่างของหัว หัวมีลักษณะทรงกลม หรือทรงกลมรี หัวอ่อนมีสีขาวหรือสีม่วง หัวแก่มีเปลือกด้านนอกแห้งมีสีน้ำตาลหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ มีกลิ่นฉุน รสชาติเผ็ดร้อน
  • ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ อยู่เป็นกระจุก ใบเป็นท่อยาว ใบมีลักษณะดาบยาวรี ปลายแหลม ใบกลมข้างในกลวง โคนใบเป็นกาบใบสีขาว ออกหุ้มสลับซ้อนกันอยู่ ตรงโคนลำต้น มีสีเขียว มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุนแรง
  • ดอก ออกเป็นช่อ แทงออกมาจากตรงกลางลำต้น ก้านช่อดอกยาวกลมข้างในกลวง ดอกมีลักษณะแบบซี่ร่ม ทรงกลมแล้วจะบานออก มีดอกย่อยเล็กๆอยู่บนก้านจำนวนมาก กลีบดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอม ก้านมีสีเขียว มีรสชาติหวานกรอบ
  • ผล มีลักษณะกลมๆ ผลแก่จะแตกออก มีเมล็ดอยู่ข้างในผล
  • เมล็ด เมื่อผลแก่แตกออกได้ มีเมล็ดอยู่ข้างใน มีเมล็ดเป็นพู 3 เมล็ดต่อผล มีลักษณะทรงรีเล็กๆ ผิวเรียบ มีสีดำ

ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและวิธีการทำ ผัดคอกหอมใส่ไก่

วัตถุดิบ ผัดดอกหอมใส่ไก่

  • ดอกหอม 1 กำ
  • เนื้อไก่ช่องสะโพก 2 ชิ้น
  • รากผักชี 2 ราก
  • พริกไทยขาว ( เม็ด ) 1 ½ ช้อนชา
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงรส ผัดดอกหอมใส่ไก่

  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนชา
  • ผงปรุงรส 1 ½ ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนและวิธีการทำ

  • ขั้นตอนแรก ให้ล้างดอกหอมให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2 นิ้ว เสร็จแล้วพักไว้
  • จากนั้นให้นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วเลาะกระดูกออก จากนั้นให้หั่นเนื้อไก่ตามขนาดที่ต้องการ เสร็จแล้วพักไว้
  • ขั้นตอนต่อมาให้โขลกรากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ให้ละเอียด พักไว้
  • จากนั้นให้นำกระทะตั้งไฟ ใช้ไฟกลางในการผัด ใส่น้ำมันลงไปในกระทะ แล้วตามด้วย รากผักชีกระเทียม พริกไทย ที่โขลกไว้ลงไปผัด ให้มีกลิ่นหอม จากนั้นให้ใส่ไก่ลงไปผัดให้สุก เมื่อไก่สุกแล้วให้ใส่ดอกหอมลงไปผัด พอสลด แล้วปรุงรสชาติ ด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ผงปรุงรส ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ชิมรสชาติตามต้องการ เสร็จแล้วปิดไฟ ตักใส่ชามพร้อมรับประทานค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง : Thai Food , www.sarakaset.com
เรียบเรียงโดย : นงนุช




บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ช่วงจังหวะชีวิต คนเราจะไม่เหมือนกัน มุมมองนดีมาก

ช่วงจังหวะชีวิต คนเราจะไม่เหมือนกัน มุมมองนดีมาก

ช่วงจังหวะชีวิต คนเราจะไม่เหมือนกัน

ช่วงจังหวะชีวิต คนเราจะไม่เหมือนกัน





บางคนเรียนจบตอนอายุ 22 ปี.. แต่ต้องรออีก 2 ปี ถึงจะหางานทำได้ ขณะที่บางคนเรียนไม่จบ แต่สร้างเส้นทางชีวิตเป็นนายตัวเองเป็นนักธุรกิจที่ยอดเยี่ยมประสบความสำเร็จ

ตั้งแต่อายุ 20 แต่ต้องมาประสบ อุบัติเหตุจบชีวิตลง ในอายุเพียงแค่ 25 ปี บางคนท้องก่อนแต่ง.. ขณะที่บางคนแต่งงานแล้วแต่มีลูกไม่ได้ดาราดังบางคน วางมือ

จากวงการบันเทิงตอนอายุ 35 ปีขณะที่ดาราบางคนแจ้งเกิดในวัย 50 ปี บางครั้งเราก็ได้เห็นว่า… ผู้คนรอบตัวเราหลาย ๆ คนบางคนก็โดดเด่นขึ้นก่อนหน้าเรา บางคนก็

ประสบความสำเร็จทีหลังเรา แต่ทุกคนกำลังวิ่งในเส้นทางของตัวเอง แข่งกับเวลาของตัวเองอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครจนเราหมดกำลังใจ และอย่าได้ประเมินใครต่ำเกินไปหรือ

เผลอไปดูถูกใคร… เขาอาจกำลังทำงานอย่างหนักในเส้นทางของเขาและเราก็ควรทำแบบนั้นเช่นกัน ตั้งใจในเส้นทางของเรา ชีวิตของแต่ละคนมีช่วงเวลาที่จะสำเร็จแตกต่างกัน

เพียงแค่ต้องรอคอยจังหวะเวลาที่จะแสดงผลออกมาเท่านั้นเปรียบเหมือนต้นไม้น้อยใหญ่ทั้งหลายบางคนเปรียบเหมือนถั่วเขียว ปลูกเดี๋ยวเดียวโตเป็นถั่วงอก เก็บเกี่ยวผลลัพธ์




ได้ไวเก็บขายได้เร็ว แต่ก็คงอยู่ได้ไม่นานบางคนเปรียบเหมือนมะม่วง อาจใช้เวลานานหลายปี เพื่อเติมโตและ บ่มเพาะ ความสำเร็จ แต่เมื่อออกด อกออกผมแล้ว ยั่งยืน และ

ยาวนาน กว่าจำไว้… ไม่มีหรอกคำว่าล้ มเหลว มีแต่ยอมแพ้แล้วล้ มเลิกไปก่อน !! จงอย่าเปรียบเทียบความล้ มเหลวของเรา กับ ความสำเร็จของใครแค่บางจังหวะในชีวิต

อย่าคิดว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ทุกความสำเร็จของทุกคน…มีช่วงเวลาที่เหมาะสมของมันเสมอผมไม่กล้าพักเพราะผมไม่มีเงินเก็บ ผมไม่กล้าพูดว่าเหนื่อยเพราะผม

ยังไม่ประสบความสำเร็จผมไม่กล้าขี้เกียจเพราะคนที่เก่งกว่าผมเขายัง พยายาม เลย ผมสามารถเลือกที่จะขี้เกียจก็ได้ แต่ผมจะไม่ทำเพราะ ต่อให้ผมเลือกที่จะสบาย และ

ขี้เกียจทำงานในวันนี้ แต่.. ในวันข้างหน้าผมก็ต้องมาลำบากทำงานอยู่ดีถ้ายังไงก็ต้องทำอยู่แล้ว ก็ทำมันให้สำเร็จตั้งแต่วันนี้เลย อย่าทำตามอำเภอใจ ต้องรู้จักที่จะจริงจังเพราะ

ชีวิตยิ่ง พยายาม จะยิ่งโชคดีในโลกใบนี้ไม่มีการทำงานประเภทใดที่ไม่ลำบาก ไม่มีที่ใดที่ปราศจากความวุ่นวายของบุคคลดังนั้น…ความเข้มแข็งคือหนทางเดียวที่ผมเลือกคุณ

จะไม่อิจฉารายได้หรือเงินเดือนของคนอื่นเลย หากคุณรู้ว่าเขาฝึกฝนอย่างหนักทุกวันและ ลำบากแทบทุกคืนกว่าที่จะได้มาอยู่ในจุดนี้ และ มีมากขนาดนี้ได้

ขอบคุณที่มา : sabailey




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น สูตรง่ายๆ อร่อยแซ่บรสชาติถึงเครื่องต้มยำ

วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น สูตรง่ายๆ อร่อยแซ่บรสชาติถึงเครื่องต้มยำ

วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น

สวัสดีคะ วันนี้แอดมีเมนูเกี่ยวกับอาหารทะเลมาฝากค่ะ นั่นคือเมนูต้มยำกุ้งน้ำข้นนั่นเอง เมนูต้มยำกุ้งน้ำข้น เป็นเมนูอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน ทั้งรสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ครบในจานเดียว และยังเป็นเมนูที่ชาวต่างชาตินิยมชมชอบอีกด้วย เมนูต้มยำกุ้งน้ำข้นเป็นเมนูที่จะทานกับข้าวสวย หรือ จะทานเป็นกับแกล้มก็ได้ ซึ่งเมนูต้มยำกุ้งน้ำข้น นั้นเป็นอาหารไทยที่หาทานได้ง่าย หรือจะทำทานเองที่บ้านก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะสมัยนี้ถ้าใครทำไม่เป็นหรือ ทำไม่อร่อย ก็มีตัวช่วยอย่างเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปและห้างสรรพสินค้า มีให้เลือกซื้อมากมาย วันนี้แอดเลยจะมาใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับทำต้มยำน้ำข้นกันค่ะ



ประโยชน์ของกุ้ง

กุ้ง ที่นิยมนำมาประกอบอาหารมากที่สุดก็ คือ ส่วนลำตัวที่มีเนื้อมากไปจนถึงหางกุ้ง แต่ส่วนอื่นๆ ก็นิยมมาทำเป็นอาหารได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสูตรอาหารของแต่ละคน เพราะไม่ว่าส่วนไหนๆ ของกุ้งก็ยังให้สารอาหารดีๆ มากมายอยู่นั่นเอง และ สำหรับใครที่ต้องการลดคาร์โบไฮเดตส่วนเกิน การเปลี่ยนมาทานกุ้งแทนก็ดีไม่น้อย นั่นก็เพราะกุ้งมีคาร์โบไฮเดรตเป็นศูนย์ แถมแคลอรี่ก็ต่ำ (ประมาณ 1 แคลอรี่ต่อหนึ่งกรัม) กุ้งมีโปรตีนสูง มีองค์ประกอบหลักเป็นน้ำ แม้จะมีปริมาณไขมันอยู่บ้าง แต่ประโยชน์หลักๆของกุ้งอยู่ที่วิตามินและแร่ธาตุที่เรียกได้ว่ามีมากจนล้น ทั้งเหล็ก แคลเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ตลอดจนวิตามินเอ อี บี 6 และแม้แต่บี 12 แถมยังมีไอโอดีน ไทอามิน ริโบฟลาวิน และไนอาซินด้วย กุ้งเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินที่ดีเลิศ โดยไม่เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารเลย ดังนั้น สำหรับใครก็ตามที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว กุ้งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะส่วนเปลือกของกุ้งจะมีสารที่เรียกว่า ไคติน (Chitin) กุ้งมีสารคาโรทีนนอยด์ที่ชื่อว่า แอสตาแซนธิน อยู่มาก ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพดี ที่ช่วยลดสัญญาณแห่งวัยของผิวที่เกิดจากแสงแดดและรังสียูวีเอ ดังนั้น กุ้งจึงมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำได้ดีทีเดียว ในตัวกุ้ง มีโปรตีน และ วิตามินจำนวนมาก เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งการได้รับโปรตีน และ วิตามินที่เพียงพอต่อร่างกายทำให้ลดภาวะกระดูกเสื่อม ชะลอการเกิดอาการหลักของโรคกระดูกพรุน เพียงแค่เพิ่มการทานกุ้งควบคู่ไปกับมื้ออาหารหลักของคุณ ก็จะได้ทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพ และ ยังอร่อยอีกด้วย

เรามาลงมือทำและตรียมวัตถุดิบ สำหรับทำต้มยำกุ้งน้ำข้นกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ ต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. กุ้ง 400 กรัม
  2. ปลาหมึก 3 ตัว
  3. ผงปรุงรส ต้มยำน้ำข้น 2 ห่อ
  4. น้ำสะอาด 700
  5. ข่าหั่นแว่น 5 แว่น
  6. ตะไคร้ หั่นทุบ 2 ต้น
  7. ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  8. หัวหอมแดงทุบ 3 หัว
  9. เห็ดฟาง 15 หัว
  10. พริกแดง หันเฉียง 3 เม็ด
  11. ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 2 ต้น

ขั้นตอน วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. ตัดหนวดกุ้ง แล้วล้างกุ้งให้สะอาดพักไว้
  2. ล้างปลาหมึกให้สะอาด หั่นเป็นแว่นๆ ตามขนาดที่ต้องการ เสร็จแล้วพักไว้
  3. ล้างเห็ดฟางให้สะอาด หั่น 4 เสร็จแล้วพักไว้
  4. ล้างตะไคร้ให้สะอาด เสร็จแล้วทุบพอแตก แล้วหั่นเป็นท่อนๆ พักไว้
  5. ล้างข่าให้สะอาด แล้วหั่นเป็นแว่นๆ พักไว้
  6. ล้างใบมะกรูด ให้สะอาด แล้วฉีกเตรียมไว้
  7. พริกแดง หั่นเฉียง เตรียมไว้
  8. ปลอกเปลือกหัวหอมแดง แล้วล้างให้สะอาด ทุบพอแตกเตรียมไว้
  9. ล้างผักชีฝรั่งให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ เสร็จแล้วพักไว้
  10. ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางๆ เทน้ำลงไปในหม้อ จากนั้นรอให้น้ำเดือด จึงใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก หัวหอมแดงทุบลงไป รอเดือดอีกครั้ง แล้วหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน จากนั้นให้เทผงปรุงรส ต้มยำกุ้งน้ำข้นลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน ปรับเป็นไฟกลางอีกครั้ง แล้วจึงใส่เห็ดฟางลงไป รอให้เห็ดฟางสุก จึงใส่กุ้ง และ ปลาหมึกลงไป รอให้กุ้งและปลาหมึกสุกดีแล้ว ให้ใส่พริกแดงหั่นเฉียง และ ผักชีฝรั่งหั่นท่อนลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยพร้อมทานค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง : พลังเกษตร

เรียบเรียงโดย : นงนุช




บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทันสมัยน่าอยู่

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทันสมัยน่าอยู่

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น






สวัสดีครับทุกท่านวันนี้เรามี แบบบ้านสวยๆ มาให้เรารับชมกันเช่นเคย ซึ่งวันนี้เป็น แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น โทนสีขาว ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 รับแขก 1 ห้องครัว พร้อมระเบียงรอบบ้าน จอดรถได้ 2 คัน เฉพาะตัวบ้านราคา 1.35 ล้านบาท (ฟรีของแถมมากมาย)  ตัวบ้านยกพื้นสูง  เป็นผลงานการสร้างของ  กิจเจริญ ไพบูลย์ ก่อสร้าง สถานที่ก่อสร้าง พิกัด บ้านสว่าง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เราไปชมบ้านหลังนี้กันเลย

ขอบคุณข้อมูล | กิจเจริญ ไพบูลย์ ก่อสร้าง

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บรรยากาศรอบบ้านดูเงียบสงบและน่าอยู่ หลังคาทรงเพิงแหงนที่เล่นระดับ มุงด้วยแผ่นเมทัลชีทอย่างดี ฝ้าชายคาสีขาวเป็นแบบที่มีรูระบายอากาศ ผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาวเทา โดยฐานขอบล่างเป็นสีฟ้า จากนั้นแต่งเสริมด้วยระแนงยาวสีเทา บ้านหลังนี้ยกพื้นเล็กน้อย เทคอนกรีตที่พื้นรอบๆตัวบ้าน เพื่อเป็นการเสริมฐานให้แข็งแรง และยังง่ายต่อการทำความสะอาดอีกด้วย

กิจเจริญ ไพบูลย์ ก่อสร้าง

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บันได ทางขึ้นหน้าบ้านขนาดใหญ่ เพิ่มความสะดวกสบายให้เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น





แบบบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

โรงจอดรถที่สร้างไว้ด้านข้าง มีขนาดกว้าง สามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน ที่พื้นปูทับด้วยกระเบื้องอย่างดี ออกเป็นโทนสีเทา แต่งเสาที่เป็นโครงสร้างด้วยสีฟ้าที่สดใส ฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ที่ฝ้าเพดาน และโซนหลังมีประตูไม้





มองจากข้างในตัวบ้านห้องโถงใหญ่นั้นจะเห็นประตูบ้านเป็นกระจก เปิดมาเป็นห้องโถงที่ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาว ผนังภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาวติดบัวกันเปื้อนน้ำตาล ฝ้าเพดานเป็นแบบหลุมประดับด้วยโคมไฟบนเพดาน และหน้าที่เป็นกระจกขนาดใหญ่

ห้องนอนที่สร้างไว้ตามจุดต่างๆ ประตูห้องเป็นบานไม้สีน้ำตาลที่แข็งแรง และตัดกับสีผนังได้อย่างลงตัว ภายในยังคงแต่งด้วยโทนสีขาวสว่างแบบห้องโถง แต่ฝ้าเพดานเลือกใช้แบบเรียบ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ช่างโดดเด่น ตัดกับสีผนังได้อย่างชัดเจน

ห้องครัว เป็นครัวที่ทันสมัย น่าเข้าใช้งาน พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องมันวาวสีน้ำตาล ผนังทาทับด้วยสีเหลืองครีม เคาน์เตอร์ยาวที่สร้างไว้ติดผนัง ทั้งสะดวกต่อการใช้งานและประหยัดพื้นที่ ผนังบริเวณนั้นกรุทับด้วยกระเบื้องลายอิฐสีขาว และมีหน้าต่างกับเครื่องดูดควันขนาดใหญ่ติดตั้งไว้

ห้องน้ำ ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องลาย ผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเทา ในห้องมีการติดตั้งตู้เคาน์เตอร์พร้อมติดตั้งอ่างล้างหน้าและกระจกส่องหน้ากรอบที่ดูเข้ากันอย่างดี

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของท่าน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ 

โทร. 0661210255, 0964053657
LINE ID: nirabon26

ขอบคุณที่มา: เพจ กิจเจริญ ไพบลูย์ ก่อสร้าง


หมายเหตุ: ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ