แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา สวยงามลงตัว

แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา ได้อย่างลงตัวในหลังเดียว

แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย

แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย




สวัสดีครับ วันนี้เรามี แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม  มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา  ขนาด 1 ห้องมาสเตอร์รูม 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ครัว 1 ซักล้าง 1 โถงรับแขกกว้างๆ   ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก  ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์  เป็นบ้านพักอาศัย1 ชั้น สไตล์คอนเทมโพรารี่  ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 60-80 ซม. การออก  จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ :  ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ 
เรียบเรียง : withikaset.com

แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย

ตัวบ้านถูกยกพื้นสูงเล็กน้อย หลังคาบ้านคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา มุงด้วยกระเบื้องแบบเรียบโทนสีดำเข้ม ที่ตัดเชิงชายคาสีขาวได้อย่างลงตัว ผนังนอกบ้านมีการติดตั้งด้วยบานประตูหน้าต่างเป็นกระจกโทนสีใส กรอบด้วยอลูมิเนียมสีดำที่ตัดกับผนังสีขาวได้อย่างสวยงาม บริเวณหน้าบ้านทำระเบียงที่นั่ง 

แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย

แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย



แบบบ้านสไตล์ร่วมสมัย

ภายในตัวบ้าน นั้นเราจะพบกับส่วนของโถงที่มีขนาดใหญ่ ให้ใช้สอย เลือกปูพื้นกระเบื้องโทนสีเทาขาวเพิ่มความสว่างดูสะอาดตา ผนังทาสีขาว  พร้อมทั้งฝ้าหลุมขนาดยาวทาสีขาว ประดับตกแต่งโคมไฟคริสตัลดวงใหญ่และไฟซ่อนฝ้าสีสวย ฝั่งซ้ายมือนั้นจะเป็นประตูเชื่อมไปยังโซนครัว





ส่วนห้องน้ำห้องทั้งสองห้อง ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องสีครีม และโทนสีลายแตกต่างกัน ผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเทาสลับสีขาวพร้อมติดตั้งหน้าต่างบานเล็กแนวนอน และมีการตกแต่งด้วยชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสไตล์วินเทจสีขาว พร้อมกระจกส่องหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยม

เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบผลงานจากทางทีมงาน ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ย้ำเลยครับว่ามีบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อ
Facebook : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราเพียงแชร์ให้ดูเป็นไอเดียกับสมาชิกและท่านผู้สนใจเท่านั้น ราคาก่อสร้างที่ลงเป็นราคาจากเจ้าของบ้านเท่านั้น ส่วนในราคาสร้างจริงอาจจะขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุในการก่อสร้างและราคาค่าแรงของพื้นที่ทำการก่อสร้างด้วย





บทความอื่นที่น่าสนใจ

แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ อร่อยๆ ทำทานเองที่บ้านง่ายๆ

แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ อร่อยๆ ทำทานเองที่บ้านง่ายๆ

แกงหน่อไม้ไก่

สวัสดีค่ะ  วันนี้เราจะมาทำเมนู แกงหน่อไม่ไก่ ใส่กะทิ กันค่ะ แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ เป็นกับข้าวที่ทานได้กับข้าวสวยร้อนๆ หรือ กับขนมจีน ก็ได้ ซึ่งรสชาติของแกงหน่อไม้ไก่นั้น จะมีความมันของกะทิ ความหวาน และความเค็มตามมา ซึ่งการทำแกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ นั้นเราสามารถใช้หน่อไม้สดแบบต้มสุก หรือ หน่อไม้ดองแบบเส้นก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทินั้น ทำไม่ยากจนเกินไป แค่เรามีวัตถุดิบไม่กี่อย่าง หาซื้อได้ง่าย ซึ่งวัตถุดิบบางอย่าง เราก็จะมีติดครัวกันอยู่แล้ว ซึ่งก็จะสามารถทำแกงหน่อไม้ไก่  แกงกะทิ ได้เลย



หน่อไม้ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

หน่อไม้ ชื่อภาษาอังกฤษ (Bamboo shoots) คือหน่ออ่อนของต้นไผ่ ที่แตกหน่อแยกตัวออกมาจากต้นไผ่ ที่สามารถนำมารับประทานได้ หน่อไม้นิยมนำไปประกอบอาหารเมนูต่าง ๆ เนื่องจากมีรสชาติหวานอร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และด้วยความที่หน่อไม้นั้น เกิดจากใต้ดิน อยู่ในป่าที่สมบรูณ์ จึงมีสารปนเปื้อนหรือสารพิษจากปุ๋ยเคมีในดิน และสารเคมีปนเปื้อนในอากาศน้อยกว่าผักชนิดอื่นๆ จึงเป็นผักที่ปลอดภัย เป็นผักที่ให้พลังงานน้อย แต่มีกากใยสูง ในการแพทย์ของประเทศจีน ระบุไว้ว่า หน่อไม้มีฤทธิ์เย็น รสหวาน ช่วยบำรุงธาตุหยิน  ทำให้เลือดเย็น ดับร้อน มีฤทธิ์ในการช่วยขับเสมหะ และช่วยบำรุงตับ อีกด้วย

เรามาลงมือเตรียมวัตถุดิบ และ เครื่องปรุง ในการทำแกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ กันเลยค่ะ

วัตถุดิบ แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ

  • หน่อไม้ที่ต้มสุกแล้ว  3 หัว  หรือจะใช้เป็นหน่อไม้เส้นดองก็ได้
  • สะโพกไก่   3 ชิ้น  หรือจะใช้ไก่แบบไหนก็ได้ตามความชอบ
  • กะทิ   1 กล่อง / 250 ml.
  • น้ำมันพืช  3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด  500 ml.
  • พริกแกงเผ็ด  2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าแดง หรือ พริกขี้หนูแดง    2 เม็ด
  • ใบมะกรูด  3-4 ใบ
  • ใบโหระพา   2  กิ่ง

เครื่องปรุงรส แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ

  • น้ำปลา  3  1/2  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย  1 1/2  ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส   1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการเตรียม วัตถุดิบ แกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ

  • ขั้นตอนแรก เตรียมไก่ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วสับเป็นชิ้นๆ ชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ ได้ตามความต้องการ เสร็จแล้วจึงล้างด้วยน้ำให้สะอาดอีกครั้ง แล้วพักไว้
  • หั่นหน่อไม้ที่ต้มสุกแล้ว ให้เป็นเส้นๆ ความหนา และ ความยาวนั่น หั่นได้ตามความต้องการ ** กรณีที่เป็นหน่อไม้เส้นดอง ให้นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วต้มหน่อไม้ให้น้ำเดือดประมาณ 5 นาที เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค ** เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้าง พริกชี้ฟ้าแดง หรือ พริกขี้หนูแดง ให้สะอาด แล้วหั่นเฉียงๆ เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้างใบมะกรูดให้สะอาด แล้วฉีกครึ่งเอาแกนกลางออก แล้วพักไว้
  • ล้างใบโหระพา ให้สะอาด แล้วเด็ดใบ เสร็จแล้วพักไว้




วิธีการทำ

  • นำหม้อตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไป แล้วตามด้วยเครื่องพริกแกงเผ็ด ผัดจนมีกลิ่นหอม และมีสีของน้ำมันพริกแกงเผ็ดเป็นสีแดง    ** ขั้นตอนนี้ให้ระวัง พริกแกงไหม้ อย่าใช้ไฟแรงเด็ดขาด **
  • เสร็จแล้วให้นำไก่ที่สับเตรียมไว้ ลงไปผัด ให้สุกประมาณ 70 %
  • เสร็จแล้วใส่น้ำสะอาดลงไป คนเล็กน้อย ให้ไก่คลี่ตัวออกจากกัน
  • จากนั้นรอจนน้ำเดือด แล้วค่อยใส่หน่อไม้ ลงไป รอน้ำเดือดอีกครั้ง
  • แล้วตามด้วยกะทิ 1 กล่อง ค่อยๆเทลงไปในหม้อ แล้วคนให้เข้ากันอีกที รอน้ำแกงเดือดอีกครั้ง
  • เสร็จแล้ว ปรุงรสด้วย ,น้ำปลา ,น้ำตาลทราย , ผงปรุงรส คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามที่ต้องการ
  • เสร็จแล้ว จึงใส่พริกชี้ฟ้าแดง หรือ พริกขี้หนูแดง หั่นเฉียง ใบโหรพา และใบมะกรูดฉีก ลงไป คนเล็กน้อย
  • เสร็จแล้ว ปิดไฟ ตักแกงหน่อไม้ไก่ แกงกะทิ ใส่ถ้วย พร้อมรับประทานได้แล้วค่ะ

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

แกงไก่บ้านใส่ฟัก รสชาติแซ่บๆ แบบอีสาน

แกงไก่บ้านใส่ฟัก รสชาติแซ่บๆ แบบอีสาน

แกงไก่บ้านใส่ฟัก


ถ้าให้พูดถึงอาหารอีสานนั้น เชื่อว่าทุกคน ต้องชื่นชอบในรสชาติที่แซ่บ อร่อย ถึงใจอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำปลาร้า ตำลาว ตำซั่ว ตำป่า แกงเห็ด แกงหน่อไม้ แกงอ่อมต่างๆ และเมนูอีสานอีกมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะพามาทำ เมนูแกงไก่บ้านใส่ฟัก กันค่ะ สำหรับ แกงไก่บ้านใส่ฟัก เป็นเมนูบ้านๆ ที่หาวัตถุดิบไม่ยาก เครื่องปรุงน้อย ทำแล้วอร่อยแน่นอน ซึ่งจะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง เรามาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ




เตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเมนู แกงไก่บ้านใส่ฟัก

  • ไก่บ้าน  1 ตัว
  • ฟัก  1  ลูก
  • พริกขี้หนู  20  เม็ด
  • หัวหอมแดง  6 หัว
  • ตะไคร้ หั่นซอย   2 ต้น
  • ใบแมงลัก  1 กำ
  • ใบมะกรูด  5 ใบ
  • ต้นหอม  3 ต้น
  • น้ำสะอาด  2 ลิตร

เครื่องปรุง

  • น้ำปลา
  • น้ำปลาร้า
  • ผงชูรส ( ผงนัว )

ขั้นตอนและวิธีทำ

  • แล่ไก่ออกเป็นชิ้นๆ สับตามขนาดที่ต้องการ แล้วล้างน้ำให้สะอาด
  • ใส่เกลือลงไปในไก่บ้าน คลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อเป็นการลดกลิ่นความของไก่บ้าน ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เสร็จแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ปอกเปลือกฟัก หั่นฟักให้เป็นชิ้นๆ ขนาดพอดี แล้วล้างน้ำให้สะอาด เสร็จแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ล้างใบแมงลักให้สะอาด แล้วเด็ดใบออกมา เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้างใบมะกรูด ให้สะอาด แล้วฉีกครึ่งเอาแกนกลางออก เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้างต้นหอมให้สะอาด ตัดราก แล้วหั่นเป็นท่อนๆ เสร็จแล้วพักไว้
  • โคลกพริก , หัวหอมแดง , ตะไคร้หั่นซอย ,โคลกทุกอย่างให้เข้ากัน ละเอียดพอประมาณ  เสร็จแล้วพักไว้

จากนั้นให้ ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางๆ ใส่น้ำลงไปในหม้อ 1ทัพพี ( น้ำล้างครก ) แล้วตามด้วย ใส่พริกที่โคลกเตรียมไว้แล้วตามลงไป ผัดให้เข้กัน และเริ่มมีกลิ่นหอมของพริกแกง  จากนั้นก็เริ่มใส่ไก่บ้านลงไปในหม้อ รวนไก่บ้านให้สุกประมาณหนึ่ง ตามด้วยน้ำปลาร้า 2 ทัพพี ผัดให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอมของน้ำปลาร้า แล้วจึงเติมน้ำสะอาดส่วนที่เหลือลงไปในหม้อทั้งหมด  ปิดฝาหม้อ ต้มจนไก่สุก แล้วค่อยใส่ฟักลงไป ปิดฝาหม้ออีกครั้ง รอจนฟักสุกและใสขึ้น  ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า , น้ำปลา , ผงชูรส ชิมให้ได้รสชาติ ที่ตัวเองต้องการ เสร็จแล้วใส่ต้นหอม , ใบแมงลัก ,ใบมะกูด , ที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ ตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน

++ ทิปเล็กๆน้อย | ไก่บ้านที่จะนำมาทำเมนูแกงไก่บ้านใส่ฟัก นั้นควรเป็นไก่สาวๆ ที่กำลังพร้อมไข่ จะทำให้เนื้อของไก่ไม่เหนียวมากเวลารับประทาน ++ 




บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ใบบัวบกสมุนไพรรักษาโรคหัวใจ ช้ำใน บำรุงสายตา

ใบบัวบกสมุนไพรรักษาโรคหัวใจ ช้ำใน บำรุงสายตา

ใบบัวบกสมุนไพรรักษาโรคหัวใจ

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีสาระดีๆ มีประโยชน์ มาฝากค่ะ นั่นก็คือสมุนไพรไทย นั่นเอง สมุนไพรไทย ใครๆก็รู้ว่ามีสรรพคุณ ในการช่วยรักษา และบรรเทาความเจ็บปวดได้ แต่จะมีคนที่รู้ วิธีใช้ สมุนไพรอย่างดูวิธี  นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่เราๆ จะใช้ยาฝรั่งซะส่วนใหญ่ ซึ่งวันนี้เรามีสูตรยาสมุนไพร ที่หา วัตถุดิบได้ง่าย และ วิธีการทำนั้นก็ไม่มีขั้นตอนอะไร ที่ยุ่งยากซับซ้อน มาฝากกันคะ




บัวบก เป็นสมุนไพรในเขตร้อนชื้นทั่วไป เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักกันดี นิยมใช้เป็นผักแกล้มลาบ ส้มตำ ซุปหน่อไม้ กินกับน้ำพริก หรือกินกับหมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย และเป็นที่รู้กันดีว่าน้ำใบบัวบกมีสรรพคุณแก้ช้ำใน คนจีนเชื่อว่าน้ำใบบัวบกเป็นยาแก้ช้ำใน ช่วยลดการกระหายน้ำ บำรุงกำลัง ในตำรายาไทยกล่าวว่า บัวบกมีรสเฝื่อน ขม เย็น แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ ขับลมเสีย

สมุนไพร ช่วยรักษาโรค หัวใจเต้นผิดจังหวะ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ช้ำใน บำรุงสายตา

วัถุดิบ

  • ใบบัวบก ทั้งใบ ก้าน หัว ล้างให้สะอาด หั่นฝอย 1 กำมือ
  • ใบเตยหอม    1 ใบ
  • น้ำสะอาด   1 ลิตร
  • เกลือเล็กน้อย หยิบมือ
  • น้ำผึ้ง สำหรับแต่งรสชาต

ขั้นตอนและ วิธีทำ

  • ใส่ใบบัวบก ทั้งใบ ก้าน หัว ที่หั่นฝอย ใบเตย เกลือหยิบมือ ต้มด้วยน้ำสะอาด 1 ลิตร ต้มให้สุก กรองเอาแต่น้ำ  แต่งรสด้วยน้ำผึ้ง อุ่นวันละ 1 ครั้ง

วิธีรับประทาน

  • เช้า – เที่ยง – เย็น ครั้งละ 1 แก้ว กาแฟ หรือ 60 cc.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร – หมอบ้าน วัดคีรีวงก์ ( วัดน้ำตก )



ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง ทำง่ายอร่อยสูตรบ้านๆ

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง ทำง่ายอร่อยสูตรบ้านๆ

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาทำเมนูอาหารที่ทำง่าย ใช้เวลาน้อย มาฝากกันค่ะ ซึ่งวัตถุดิบนั้นหายไม่ยากและราคาไม่แพง สามารถเก็บไว้กินได้หลายมื้อ ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ที่ข้าวของแพงไปเสียทุกอย่าง วัตถุที่ว่า นั่นก็คือหน่อไม้ดอง กับปลากระป๋อง นั่นเอง ซึ่งของเหล่านี้หาง่าย เก็บได้นาน และทุกบ้านต้องมีติดครัวไว้ ยามฉุกเฉินนั่นเอง เรามาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง

วัตถุดิบและส่วนผสม

  • หน่อไม้ดองต้มแล้ว 1 ตะกร้าขนมจีนเล็ก  ** ต้มแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • ปลากระป๋อง    2 กระป๋อง
  • น้ำมันพืช  3  ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูแห้ง  15 เม็ด เพิ่ม ลดได้
  • พริกขี้หนูสด   15 เม็ด    ** แบ่งไว้ใส่ตอนผัด 10 เม็ด **
  • กระเทียม   1  หัว
  • ใบกะเพรา    1 ตะกร้าขนมจีนเล็ก
  • น้ำปลา   2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม   2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส    1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงชูรส หรือ ผงปรุงรส      1- 2 ช้อนชา

ขั้นตอนวิธีทำ

  • เริ่มจากโคลกพริกแห้ง พริกขี้หนูสด กับ กระเทียม ให้ละเอียด แล้วพักไว้
  • จากนั้นให้ทำการตั้งกระทะ ไฟกลางๆ ไม่ต้องแรงมาก แล้วเทน้ำมันพืชลงไป ไม่ต้องรอให้กระทะร้อน
  • นำพริกที่โคลกเตรียมไว้แล้วลงไปผัดในกระทะให้ มีกลิ่นหอม
  • จากนั้นให้เรานำหน่อไม้ดองที่ต้มเตรียมไว้ลงไป ผัดให้เข้ากัน แล้วตามด้วยปลากระป๋อง 2 กระป๋อง ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง
  • เริ่มปรุงรส ด้วย น้ำปลา, ซอสปรุงรส, ซอสหอยนางรม, ผงชูรส หรือ ผงปรุงรส, ผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติ ตามความชอบได้เลยค่ะ
  • ใส่พริกขี้หนูสดประมาณ 10 เม็ด และ ใบกะเพรา ผัดให้เข้ากันอีกครั้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมตักใส่จานรับประทานได้เลยค่ะ

เรียบเรียง : นงนุช , www.sarakaset.com


บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์ ประหยัดพื้นที่ให้ผลผลิตเร็ว

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์ ประหยัดพื้นที่ให้ผลผลิตเร็ว

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์


หมอดินชาตรี หรือ เรียกคุณอ้อม หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ตำบลจรเข้ อำเภออู่ทอง หนุ่มไฟแรงที่ยอมลาออกจากมนุษย์เงินเดือน เพื่อมาเป็นนายตัวเอง ด้วยการมาจับอาชีพเกษตรกรอย่างเต็มตัว พร้อมกับภรรยาคู่ใจ มาช่วยกันพัฒนาพื้นที่ของพ่อแม่ จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ” สวน..กล้วยอู่ทอง “ ซึ่งหากจะย้อนประวัติที่มาที่ไปของสวนนี้ คงจะยาวกันเป็นแน่(ค่อยสอบถามคุณอ้อมอีกทีนะครับ )

ภายในสวนกล้วยอู่ทองบนเนื้อที่ 50 กว่าไร่ เต็มไปด้วยพืชผักไม้ผลนานาชนิด ปลูกผสมผสานกันอย่างลงตัว อาทิ กล้วย มะม่วง มะขาม กล้าไม้ต่างๆ แปลงผักและอื่นๆ รวมถึงโรงเรือนอบอาหารเพื่อแปรรูป โรงเรือนปลูกมะเขือเทศราชินี เป็นต้น




และที่อยากจะขอนำเสนอคือโรงเพาะเลี้ยงไส้เดือน โดยเลี้ยงในรองปูนกว่า 100 รอง(ดังภาพ) ซึ่งการเลี้ยงไส้เดือนนั้น ได้สอบถามคุณอ้อมแล้ว เลี้ยงง่าย ให้ผลผลิตมูลไส้เดือนสูง เลี้ยงแค่ 1-2 เดือน ก็สามารถขายมูลไส้เดือนได้แล้วครับ ในส่วนของขั้นตอนการเลี้ยง พันธุ์ไส้เดือนที่เลี้ยง รวมถึงรายละเอียดต่างๆ สามารถสอบถามทางหมอดินได้ครับ

โดยรวมสวนกล้วยอู่ทองนี้ เป็นจุดและศูนย์เรียนรู้ สาธิตทางด้านการพัฒนาที่ดิน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์สูตรพระราชทาน การทำน้ำหมักชีวภาพ สมุนไพรไล่แมลง จากนวัตกรรมเทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดิน พด.1-12 เป็นต้น และสามารถรับผู้มาศึกษาดูงานได้สบาย (จากภาพท่านนายอำเภออู่ทอง นายธีรชัย ทศรฐ  ผอ.วันชัย  วงษา (ผอ.พัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี) นางอรทัย  อาจหาญ (เกษตรอำเภออู่ทองและผู้ทรงเกียรติได้มาเยี่ยมเยียนสวนคุณชาตรีด้วย ในการจัดอบรมโครงการขยายผลศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ปี 2559 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559)

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการมาศึกษาดูงานในเรื่องต่างๆ อาทิ การเลี้ยงไส้เดือน การลดต้นทุนการผลิต การผลิตปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน การผลิตน้ำหมักชีวภาพ พด.1-12 และอื่นๆอีกมากมาย สามารถโทรสอบถามข้อมูลได้ ที่เบอร์หมอดินชาตรี รักธรรม(คุณอ้อม) 087-6782392-3,086-3115071 ได้ครับ หรือจะโทรสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ของสถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรีก่อนก็ได้ครับ ที่เบอร์ 035-454081 สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์




การเพาะเลี้ยงไส้เดือนในวงท่อซีเมนต์

ประโยชน์ของไส้เดือนดิน

  • ด้านสิ่งแวดล้อม สามารถเปลี่ยนขยะอินทรีย์เป็นปุ๋ย ช่วยลดปัญหาเรื่องขยะในครัวเรือน
  • ไส้เดือนช่วยพลิกกลับดินโดยการกินดินทำให้แร่ธาตุในดินผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันได้ ช่วยทำลายชั้นดิน
  • ด้านการเกษตร ผลิตปุ๋ยหมักจากไส้เดือนและน้ำสกัดชีวภาพใช้ในการเกษตรอินทรีย์ ช่วยให้การย่อยสลายสารอินทรีย์ที่รวมถึงซากพืชสัตว์และอินทรียวัตถุต่างๆ ผลิตปุ๋ยหมัก (vermicomposting) และน้ำสกัดชีวภาพจากไส้เดือน (worm tea) นำน้ำหมักมูลไส้เดือนดินที่รวบรวมได้มาเติมอากาศเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ จากนั้นนำน้ำหมักมูลไส้เดือน 1 ส่วน ผสมน้ำ 20 ส่วน ใช้รด พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอกเพื่อช่วยในการเจริญเติบโต
  • ส่งเสริมการละลายธาตุอาหารพืชที่อยู่ในรูปอนินทรีย์สารที่พืชใช้ประโยชน์ไม่ได้ไปอยู่ในรูปที่พืชนำมาใช้ประโยชน์ได้
  • ช่วยในการปรับปรุงโครงสร้างของดินเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม โดยการเปลี่ยนของอินทรีย์เป็นปุ๋ยหมัก
  • ใช้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ ผลิตไส้เดือนเป็นอาหารโปรตีน (vermiculture) เนื่องจากไส้เดือนมีโปรตีนสูงอาจใช้เลี้ยงปลา เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเหยื่อตกปลา ด้านอาหารสัตว์ใช้เป็นอาหารโปรตีนทั้งในรูปไส้เดือนเป็นและผงหรือไส้เดือนสดสำหรับเลี้ยงเป็ด หรือกบก็ได้
  • ด้านการแพทย์ รักษาโรคข้ออักเสบ แผลอักเสบ โรคผิวหนัง และสลายลิ่มเลือดในหลอดเลือด

สิ่งที่ควรคำนึงในการเล้ยงไส้เดือน

  • กองเพาะเลี้ยงหรือกระบะต้องทำในที่ร่มเพื่อป้องกันแสงแดดและฝน
  • จะต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกใหม่ควรตากให้แห้งและควรบดก่อนนำมาใช้
  • การใช้มูลสัตว์ชนิดอื่นๆ ควรมีการผสมกับมูลวัวก่อน
  • ไส้เดือน 1 กิโลกรัม มีจำนวน ประมาณ 1,000 ตัว จะกินอาหารได้ 5 กิโลกรัมต่อวัน ไส้เดือน 10 กิโลกรัม จะกินอาหารได้ 1 ตันต่อเดือน
  • ไส้เดือน 1,000 ตัว สามารถเลี้ยงในพื้นที่ขนาด 1 ตารางเมตร
  • ระหว่างฝนตกให้นำมูลวัววางตามยาวของกองเพาะเลี้ยงเพื่อป้องกันไส้เดือนหลบหนี
  • ศัตรูของไส้เดือนดินเช่น ไรแดง มด หนู นก กบ กิ้งกือ ตะขาบ หอย งู ตัวอ่อน แมลงปีกแข็ง จิ้งจก ตุ๊กแก แมงกระชอน จิ้งหรีด ดังนั้น ในการเลี้ยงจึงจำเป็นต้องมีตาข่าย ป้องกันแมลงและสัตว์ต่างๆ เข้าไปกินไส้เดือน

แหล่งที่มา : สวน..กล้วยอู่ทอง, สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น





การสร้างบ้านชักหลังนั้น จำเป้นที่จะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างและวัสดุจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องผ่านกระบวนการวางแผน ความอดทน พยายามของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อให้บ้านออกมาสวย มีประสิทธิภาพสมกับสิ่งที่ต้องแลกไป วันนี้เราจึงได้นำ แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังนี้มานำเสนอเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างบ้านให้กับคุณ

บ้านสวยๆ สไตล์ทโมเดิร์น ที่นำมาฝากกัน สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 40 ซม. การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคาเพิงแหงน ซ้อนกัน  จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มารูปภาพและทีมช่าง : รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

เมื่อเรามองจากด้านหน้าของตัวบ้านนั้น  จะเห็นความโด่ดเด่นของเสาหน้าบ้านที่ปูด้วยหินอ่อน สีเทา เข้มตัดกับบัวสีขาว ที่ชัดเจน ในแบบของบ้านสไตล์โมเดิร์น สมัยใหม่ที่สวยงาม พร้อมระแนงสีส้มและราวจับบันไดทางขึ้นที่เด่นชัด

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น




แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

ระเบียงหบ้าบ้าน ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีดำ ด้านข้างกั้นด้วยไม้สีส้ม อีกฝั่งสร้างม้านั่งและมีชั้นวางของ เหมาะสำหรับนั่งเล่น รับลมเย็นๆช่วงเย็น ที่ฝ้าเพดานฝังไฟดาวน์ไลท์ให้สว่าง ติดตั้งไม้ระแนงใต้ชายคา พร้อมกับโคมไฟให้จุดนี้สว่างในยามมืดค่ำ ส่วนประตูหน้าบ้านเป็นกระจกบานใหญ่ ที่ทันสมัย

ด้านในเน้นความเรียบหรูด้วยโทนสีขาวของผนังและพื้น เพิ่มความหรูด้วยฝ้าเพดานที่เป็นฝ้าหลุมแต่งด้วยโคมไฟสวย แต่งขอบบัวไม้ด้านล่างเพิ่มความสวยงาม



ห้องครัว เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้าน พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องโทนสีเทาละมุน เคาน์เตอร์ครัวทรงตัวยูที่ก่อไว้ติดผนัง แต่งด้วยกระเบื้องเรียบโทนสีดำ รวมถึงผนังโซนนั้น ที่ผนังนะเนมีกาารปูกระเบื้องสีขาว และในขณะทำอาหารนั้นสามารถเปิดหน้าต่าง เพื่องระบายอากาศได้กับประตูที่เปิดออกไปหลังบ้าน

ห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอยขนาดกว้าง ปูพื้นกันลื่นด้วยกระเบื้องสีเทาออกดำๆลายขาว  ผนังเป็นลายหินอ่อนสีขาวตัดด้วยสีดำ  ติดตั้งสุขภัณฑ์ที่พร้อมสำหรับการใช้งาน และมีพัดลมไว้คอยระบายอากาศให้ถ่ายเทสะดวก

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของตน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ 

ขอบคุณที่มา: เพจ รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ





หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

วิธีทำไข่เค็ม กินเองง่าย ๆ ด้วยสูตรดองเกลืออร่อยแน่นอน

วิธีทำไข่เค็ม กินเองง่าย ๆ ด้วยสูตรดองเกลืออร่อยแน่นอน

วิธีทำไข่เค็มดองเกลือ

วิธีทำไข่เค็มดองเกลือ





เมื่อเราทานข้าวต้มนั้นนั้น หลายๆคน มักจะคิดถึง ไข่เค็ม ซึ่งเป็นเมนูที่นิยมนำมาทานคู่กันเป็นประจำ และแน่นอนว่าหลายๆ คนก็จะชื่นชอบการทานไข่เค็มที่มีไข่แดงมันเยิ้มอยู่ตรงกลาง เพราะมีสีสันที่น่ารับประทาน เวลาที่เราซื้อตามร้านค้านั้นอาจจะไม่ถูกใจมีรสชาติที่ไม่ค่อยอร่อย แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราทำมาทำ ไข่เค็มไว้กินเองแบบง่ายๆ ด้วยวิธีการดองนำเกลือ เป็นวิธีการทำที่ง่าย จะได้ไข่แดงมันเยิ้มที่มีความน่ารับประทาน ได้ทั้งความอร่อยและที่สำคัญยังได้ทำความสะอาดด้วย สูตรไข่เค็มดองในน้ำเกลือ แค่เพียง 1-2 อาทิตย์ ก็ได้ไข่เค็มฝีมือตัวเองไว้กินแล้ว

ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์

  • ไข่เป็ด (ดิบ) จำนวน 10 ฟอง
  • ภาชนะ สำหรับดองไข่ เลือกภาชนะที่ไม่ทำปฏิกิริยากับเกลือ เช่น โหลแก้ว แก้วพลาสติก กะละมัง หรือเครื่องเคลือบดินเผา เป็นต้น
  • เกลือ จำนวน 1 ถ้วย
  • น้ำสะอาด สำหรับต้มน้ำเกลือ จำนวน 4 ถ้วย (หรือประมาณ 1 ลิตร)

วิธีการทำไข่เค็ม

  • ล้างไข่เป็ดให้สะอาด สะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้
  • ทำน้ำเกลือสำหรับดองไข่ โดยใส่เกลือกับน้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด และคนให้เกลือละลายจนหมด ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
  • เทน้ำเกลือที่เย็นแล้วลงในภาชนะที่ใส่ไข่ไว้จนน้ำท่วมไข่ จากนั้นใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำ วางทับลงไปให้ไข่เป็ดจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ปิดฝาให้สนิทและเก็บไว้ในที่ร่ม นานประมาณ 2-3 สัปดาห์

* สำหรับทำไข่ดาว เก็บไว้นำนประมาณ 2 สัปดาห์

* สำหรับทำไข่ต้ม เก็บไว้นำนประมาณ 3 สัปดาห์

” วิธีทำไข่เค็มดองเกลือ “

เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ

  1. ทำอย่างไรให้ไข่แดงเค็ม เป็นน้ำมันเยิ้มๆ หลายคนชอบกินไข่เค็มที่มีไข่แดงเป็นน้ำมันเยิ้ม ๆ ออกมา เพราะทั้งมัน ทั้งอร่อย เทคนิคก็คือ หลังจากที่พักน้ำเกลือ จนเย็นสนิทแล้ว ให้เติมเหล้าขาวลงไปในน้ำเกลือด้วยเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน แล้วเทใส่ลงในโหล จะทำให้ไข่แดงเค็ม ที่ได้ก็จะเป็นน้ำมันเยิ้ม ๆ น่ารับประทาน
  2. วิธีต้มไข่เค็มให้อร่อย การที่จะต้มไข่เค็มให้อร่อย มีเคล็ดลับอยู่ที่ “สารส้ม” ทำได้โดยใส่น้ำลงในหม้อ ใส่สารส้ม 1 ก้อน หรือสารส้มป่น ประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยไข่เค็ม นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ต้มจนเดือด นานประมาณ 8-10 นาที ก็จะได้ไข่เค็มต้ม สุดอร่อยไว้กินแล้ว
  3. วิธีเก็บไข่เค็ม ที่ต้มแล้ว ให้ได้นานที่สดุ ไข่เค็มที่นำไปต้มแล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 1 เดือน ส่วนวิธีการเก็บรักษาไข่เค็มต้มให้ได้นานที่สุด คือ ให้ใส่สารส้มลงไปแกว่งในน้ำที่ใช้ต้มไข่ด้วย นอกจากจะยืดอายุไข่เค็มได้แล้ว สารส้มจะทำให้สีของเปลือกไข่และเนื้อไข่ ขาวสวยขึ้นอีกด้วย

องค์ความรู้โดย นางเพลินจิตร พินิตมนตรี ตำบลโคกสะอำด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ , www.kasetbanna.com




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สูตรอาหารไก่ทำมือ เพื่อลดต้นทุนและสุขภาพไก่แข็งแรง

สูตรอาหารไก่ทำมือ เพื่อลดต้นทุนและสุขภาพไก่แข็งแรง

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน


อาหารที่ใช้เลี้ยงไก่ สำหรับผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้านหรือไก่พันธุ์ทั่วไป ในท้องถิ่นชนบทจะเลี้ยงแบบปล่อยให้ไก่หากินตามธรรมชาติ หรือให้อาหาร คือ ข้าวเปลือก ปลายข้าว และรำ เป็นหลัก ข้าวนอกจาก เป็นอาหารคนแล้วบางส่วนยังเป็นอาหารไก่ด้วย ดังนั้นในทุกๆส่วนของกระบวนการผลิตข้าวจึงถูกใช้อย่างคุ้มค่าไม่มีส่วนใดเหลือทิ้ง อย่างไรก็ตามปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ส่วนหนึ่งได้หันมาซื้ออาหารสำเร็จรูปให้ไก่กินเพราะเห็นว่าให้คุณค่าทางอาหารดีกว่าและสะดวก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่า ทำให้เกษตรกรบางกลุ่ม ได้พยายามคิดค้นสูตรอาหารไก่ขึ้นมาเอง และให้สามารถคงคุณภาพอาหาร ที่มี ไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินเหมือนอาหารไก่สำเร็จรูปที่มีขายตามร้านขายอาหารสัตว์ หรือดีกว่าอีกด้วย




การคิดค้นสูตรอาหารไก่ ผู้พัฒนาสูตรมีหลักการว่าต้องปรับให้เหมาะสมกับพันธุ์ไก่ ลักษณะสถานที่ วัตถุดิบหาง่ายในท้องถิ่น ส่วนผสมสามารถให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน อีกทั้งยังป้องกันและรักษาโรคได้ และที่สำคัญ คือ ต้องลดต้นทุน สูตรอาหารไก่ที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นการเผยสูตรครั้งแรก ในเวทีเสวนา การเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารสัตว์ งานมหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้าน วันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2559 ณ จังหวัดขอนแก่น สำหรับความรู้เรื่องสูตรอาหารต้องขอขอบคุณวิทยากรสองท่าน คือ คุณวีระยุทธ์ สุวัฒน์ และคุณ ก้องเกียรติ ถาดทอง แม้ทั้งสองท่านจะเลี้ยงพันธุ์ไก่ที่แตกต่างกันและที่สำคัญคุณวีระยุทธ์ เลี้ยงไก่อยู่ในเขตพื้นที่ชนบท ส่วนคุณก้องเกียรติ เลี้ยงไก่ในเขตเมือง แต่ทั้งสองคนนี้ก็มีความรู้ในบริบทของตนเองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

คุณวีระยุทธ สุวัฒน์ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ต.หนองแคน อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเกษตรกรในชุมชนและตนเอง เลี้ยงไก่เนื้อ (ประดู่ดำ ไก่สามสายเลือด เป็นต้น) ไก่ไข่ โดยเฉพาะไก่ 3 สายเลือดซึ่งเป็นได้ทั้งไก่ไข่ และไก่เนื้อ มีตลาดเขียวเป็นพื้นที่รองรับ

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน สูตรที่ 1

ส่วนผสม

  1. หยวกกล้วย 3 กก.
  2. กากน้ำตาล 1 กก. (อาหารจุลินทรีย์)
  3. เอ็มร้อย 1 ขวด
  4. นมเปรี้ยว 1 ขวด

วิธีทำ

  • อาหารหมักจากหยวกกล้วย เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด โดยการใช้หยวกกล้วยที่ลำต้นไม่แก่มาก ซอยให้เป็นแผ่นเล็กๆ ใส่ลงในถังหมักแล้วใส่ส่วนผสมที่เหลือ
  • ปิดไว้ 1 อาทิตย์
  • สามารถให้ไก่กินได้เลย หรือว่าจะผสมอาหารอย่างอื่นร่วมก็ได้

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน สูตรที่ 2

ส่วนผสม

  1. แกลบ 5 กก.
  2. กากน้ำตาล 1 กก.
  3. รำ ½ กก.

วิธีทำ

  • หมักไว้ 5 วัน จะสังเกตว่ามีหนอนสีขาว (ใส่ถังปิดไว้)
  • วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดหนอน (สำหรับเลี้ยงไก่)
  • ไก่ 50 ตัว พื้นที่ประมาณ ครึ่งงาน (ปล่อยอิสระแต่ล้อมรั้ว)
  • อัตราความเหมาะสมประมาณ 50 ตัว (เหมาะสม)




สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน สูตรที่ 3

ส่วนผสม

  1. หยวกกล้วยสับ 2 กก.
  2. ปลายข้าวสาร 0.5 กก.
  3. รำละเอียด 0.5 กก.
  4. ข้าวเปลือก 1 กก.
  5. ขี้เค้กปาล์ม 1 กก.
  6. กากน้ำตาล 1 ลิตร
  7. EM จุลินทรีย์ 0.1ลิตร

อุปกรณ์

  • กระบะผสมอาหาร
  • พลั่ว

วิธีทำ

  • นำหยวกกล้วยสับใส่ลงในกระบะผสมอาหาร และตามด้วยข้าวเปลือกเพื่อเพื่มปริมาณโปรตีนแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้ว นำขี้เค้กปาล์มลงไปผสม เพื่อกลิ่นหอมจากนั้นให้นำกากน้ำตาลงไปผสม เพื่มความหวานคลุกเคล้าให้เข้ากัน รำและปลายข้าวสารลงไปผสมแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน สุดท้าก็นำ EM จุลินทรีย์ ใส่ลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อป้องกันการป่วยของไก่ได้ อาหารสูตรนี้เมื่อผสมกันเสร็จแล้วก็สามารถนำไปให้ไก่กินได้ทันที

สูตรอาหารไก่ลดต้นทุน สูตรที่ 4

ส่วนผสม

  1. รำละเอียด 30 กก.
  2. ปลายข้าว 1  กก.
  3. น้ำตาลทรายแดง หรือ กากน้ำตาล 1 กก.
  4. เกลือแกง 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ขี้วัวแห้ง 4 กก.
  6. ดินนาบด  2  กก.
  7. ต้นกล้วยสับ 30  กก.

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดตามสัดส่วนมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปให้ไก่กินได้เลยหรือบรรจุในถัง ปิดฝาให้สนิท  หรือ  ใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้สนิท  หมักไว้จำนวน 5 วันจะมีตัวหนอน (มีหนอนจะดีมาก)

การนำไปใช้งาน

  • กรณีไก่พร้อมจะไข่ นำมาผสมกับอาหารไก่สำเร็จรูปในอัตราส่วน 1:3 (อาหารที่ทำเอง 1 ส่วน ต่อ อาหารสำเร็จรูป 3 ส่วน)
  • กรณีไก่สาว ผสมกับอาหารไก่ 50:50 และลดปริมาณอาหารสำเร็จรูปลงเรื่อย ๆ




สูตรอาหาร ป้องกันและรักษาโรคไก่

 โรค อหิวาต์/ นิวคาสเซิล/ ฝีดาษ ฯลฯ

ส่วนผสม

  1. บอระเพ็ด 1 กก.
  2. ฟ้าทะลายโจร 1 กก.
  3. กระเทียม ½ กก.
  4. น้ำตาลทรายแดง 1 กก.

วิธีทำ

  • นำน้ำตาลทรายแดงเคี่ยว (ไม่ต้องใส่น้ำ) ครึ่งกิโลกรัมก่อน
  • ผสมกับส่วนผสมอื่น หมักไว้ 30 วัน
  • สามารถให้ไก่กินประมาณ 1 ช้อน หรือผสมน้ำให้ไก่กินก็ได้ (อัตรา 5 ลิตรต่อยา 1 ช้อนแกง)
  • สามารถกินได้ทั้งไก่ไข่ ไก่เนื้อ

คุณก้องเกียรติ ถาดทอง ผู้มีใจรักเลี้ยงสัตว์ในเมืองกรุงจนได้ชื่อว่า “เจ้าชายสัตว์” ไก่ที่เลี้ยงอาศัยอยู่แบบห้องพัก เนื่องจากสถานที่คับแคบ การอาศัยของไก่สามารถเกิดโรคได้ง่าย จึงคิดค้นสูตรอาหารไก่สมุนไพร ที่ป้องกันและรักษาโรคได้ ปกติเน้นการเลี้ยงพันธุ์โรสไอแลนเรด ซึ่งเป็นไก่สายพันธุ์แท้ (ปลายหางดำ) และเล็กฮอร์นขาว และ บาร์พี เฮ็ดร็อก

สูตรอาหารป้องกันและรักษาโรคไก่

ส่วนผสม

  • ฟ้าทะลายโจร 1 กก.
  • น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
  • โทงเทง 1 กก.
  • น้ำเปล่า

วิธีทำ

  • หมักกับน้ำตาลทรายอัตรา 1:1:1 หมักไว้ประมาณ 1 เดือน

นำส่วนผสมทั้ง 3 อย่างผสมให้เข้ากันแล้วเติมน้ำให้พอท่วม ใส่ภาชนะที่มีฝาปิด แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน ก็สามารถนำมาใช้ผสมกับอาหารให้ไก่กินได้ จะทำให้ไก่มีสุขภาพดี ลดอัตราการเกิดโรค

แหล่งที่มา : คุณวีระยุทธ สุวัฒน์ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ต.หนองแคน อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเกษตรกรในชุมชนและตนเอง, www.sarakaset.com


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิธีทำจุลินทรีย์จาวปลวก ประโยชน์หลากหลาย ช่วยย่อยสลายได้เร็ว

จุลินทรีย์จาวปลวก ประโยชน์หลากหลาย ช่วยย่อยสลายได้เร็ว

จุลินทรีย์จาวปลวก

จุลินทรีย์จาวปลวก





จุลินทรีย์จาวปลวก คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกค้นพบโดย คุณจักรภฤต บรรเจิดกิจ ปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดพิจิตร โดยนำจาวปลวกมาผสมคลุกคคล้ากับปลาข้าวดิบ (ปลาข้าวหนียวหรือปลายข้าวเจ้า) และน้ำสะอาด (ไม่มีคลอรีน) หมักทิ้งไว้คพียง 7 วัน ก็สามารถนำมาใช้งานได้ จุดเด่นของจุลินทรีย์จาวปลวก คือ ช่วยประหยัดต้นทุน เพราะไม่จำเป็นต้องใช้กากน้ำตาลหรือรำละเอียดเหมือนการหมักจุลินทรีย์กลุ่มอื่น ๆ และสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในด้านการคกษตร ปศุสัตว์ ประมง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้เพาะเห็ดโคนป่าหรือเห็ดป่าร่วมกับธรรมชาติได้ปีละหลายครั้ง นอกจากนี้ยังใช้สกัดเอ็มไซม์จากผลไม้ สำหรับดื่มคพื่อบำรุงสุขภาพและป้องกันโรคได้อีกด้วย

จาวปลวกคืออะไร

จาวปลวก คือ รังเลี้ยงตัวอ่อนหรือเอมบ์ (comb) โครงสร้างเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ รูปร่างหยักไปมาคล้ายมันสมองหรือคล้ายปะการัง บางชนิดจะคล้ายรังผึ้ง ลวดลายที่แตกต่างกันนี้ บางครั้งสามารถบอกสกุลของปลวกได้ ขนาดของรังเลี้ยงตัวอ่อนไม่แน่นอน ขนาดเล็กประมาณ 8×6 เซนติเมตร ขนาดใหญ่มักมีรูปร่างยาวตามโพรงหรือห้องที่อยู่ใต้ดิน หรือภายในจอมปลวก

จุลินทรีย์จาวปลวก

จาวปลวก เป็นสิ่งที่ปลวกสร้างขึ้นมาจากมูลของมันเอง ซึ่งมูลของปลวกมี 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นมูลที่ถูกย่อยภายในลำไส้เพียงเล็กน้อยและอยู่ในสภาพเป็นของแข็ง และชนิดที่สองเป็นมูลที่ถูกย่อยภายในลำใส้อย่างดีแล้วและอยู่ในสภาพเป็นของเหลว มูลชนิดแรกประกอบด้วยเศษพืช (เศษไม้) ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ปลวกกัดกินเค้้าไปและผ่านกระเพาะของปลวกออกมาอย่างรวดเร็ว โดยในขณะที่ผ่านกระเพะปลวกนั้นเศษพืชถูกคลุกเคล้าด้วยน้ำย่อย ดังนั้นมูลที่ถ่ายออกมาจึงมีรูปร่างเป็นท่อนกลมสั้นๆ ซึ่งต่อมาจะถูกกราม (mandibles)ของลวกกัดจนเป็นเม็ดเล็ก ๆ แล้วนำไปสร้างเป็นรังเลี้ยงตัวอ่อน ในขณะที่ปลวกสร้างรังเลี้ยงตัวอ่อนนี้เองจะมีราเกิดขึ้น โดยเส้นใยของราจะเกาะกันเป็นก้อนกลมสีขาวขนาดเล็ก เรียกว่า Fungus nodule หรือ Fungal ball เส้นใยนี้จะเป็นอาหารของปลวก และเมื่อปลวกกินเส้นใยของราคาไป จะถ่ายมูลชนิดที่สองออกมา ซึ่งปลวกจะนำมูลที่เป็นของเหลวนี้ไปใช้เคลือบผนังด้านในของห้องเห็ด แต่เมื่อถึงระยะหนึ่งปลวกจะกินน้อยลง และทิ้งรังตัวอ่อนไป ราจะเจริญเส้นใยเพิ่มมากขึ้น และเกิดดอกอ่อน (fruiting primordia) เป็นแท่งยาวโผล่ขึ้นมาจากรังเลี้ยงตัวอ่อน เรียกว่า pseudorhiza และแทงผ่านชั้นดินขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ที่เรารู้จักกันดี นั่นคือ เห็ดโคน

การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จาวปลวก

ก่อนที่จะขุดนำจาวปลวกมาใช้ทาจุลินทรีย์จาวปลวก ต้องเตรียมขันห้า 1 พาน จุดธูปหอม 21 ดอก และกล่าวคำขอจากพระแม่ธรณีและราชา ราชินีปลวกว่า “สาธุพระแม่ธรณี ราชา ราชินีปลวกทั้งหลาย ข้าพเจ้าขออนุญาตขุดจอมปลวก เพื่อเอาจาวปลวกมาทาจุลินทรีย์ เพื่อเป็นประโยชน์ในการกสิกรรม แล้วจะทำบุญอุทิศไปให้ สาธุ” แล้วใช้ด้ามจอบกระทุ้งจอมปลวก ถ้าเสียงดังปุกๆ แสดงว่ารังมีโพรง มีจาวปลวกอยู่ ให้ขุดได้เลย แล้วนำจาวปลวกที่มีคชื้อเห็ดโคน (สังเกตได้จากมีจุดขาวๆ อยู่บนจาวปลวก และมีกลิ่นหอมเหมือนเห็ด) ออกมาใช้งาน




วัตถุดิบและอุปกรณ์

  • จาวปลวกที่ขุดมาใหม่ๆ ประมาณ ½ กก. หรือ หัวเชื้อแบบเข้มค้น จำนวน 1 ลิตร
  • ปลายข้าวหรือข้าวหัก ใช้ได้ทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า 5 กก.
  • น้ำสะอาดที่ไม่มีคลอรีน ประมาณค่อนถัง (170ลิตร)
  • ถังน้ำมีฝาปิด 1 ใบ ขนาด 200 ลิตร

วิธีทำ

นำจาวปลวก มาคลุกกับปลายข้าวหรือข้าวท่อน แล้วเทลงในถังพลาสติกที่มีน้ำสะอาดไม่มีคลอรีน ใส่ไว้เกือบเต็มถัง เหลือที่ว่าง จากปากถังประมาณ 1 ฝ่ามือ ปิดฝา ตั้งไว้ในบริเวณที่โดนแดด ตอนคช้า ส่วนตอนบ่ายให้อยู่ในร่ม แล้วหมักทิ้งไว้ 7 วัน โดยคน ไปทางเดียวกันทุกวัน จะได้จุลินทรีย์จาวปลวกแบบน้ำที่มีลักษณะเป็นน้ำสีขาว ใส มีกลิ่นเปรี้ยว พร้อมใช้งาน

หมายเหตุ

    • ปริมาณข้าว น้ำ และจาวปลวก ไม่มีสูตรตายตัว สามารถนำไปประยุกต์กับขนาดของถังพลาสติกที่มีอยู่ ถ้าถังมีปริมาตรความจุมาก ก็ใช้ปลายข้าว และน้ำมากขึ้นตามลำดับ
    • ไม่ควรเทน้ำใส่เต็มถัง เพราะเมื่อผ่านไป 3 วัน จะเกิดฟอง และแรงดันอากาศ ฝาอาจจะระเบิดออกได้
    • ถ้าต้องการย้ายเชื้อจุลินทรีย์จาวปลวกให้ได้ปริมาณมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องขุดจอมปลวกเพื่อเอาจาวปลวกอีก เพียงแต่เตรียมปลายข้าว และในน้ำในปริมาณเท่าเดิม และนำน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกที่ทำครั้งแรกมาคลุกกับปลายข้าวให้เข้ากัน แล้วจึงนำไปเทใส่ถังพลาสติกที่มีฝาปิด และใส่น้ำเกือบเต็มถัง ปิดฝาทิ้งไว้ 7 วัน ก็จะได้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกไปใช้ประโยชน์ได้

การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก

1.ใช้เพาะเห็ดโคนป่าแบบกึ่งพึ่งพาธรรมชาติ

โดยใช้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้น จำนวนไม่จำกัด นำไปรดราดบริเวณโคนจอมปลวกให้ชุ่ม หรือใช้วิธีถากดินรอบจอมปลวก (ไม่ให้ลึกถึงรัง) ให้กระจายรอบๆ บริเวณโคนจอมปลวกให้สม่ำเสมอ จึงรดน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกให้ชุ่มทั่วบริเวณ แล้วนำใบไม้ เศษหญ้า หรือฟางข้าวคุลมให้มิด รดน้ำให้ชุ่ม รอจนกว่าสภาพอากาศในช่วงฤดูฝน จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเหมือนฝนจะตก (อากาศหาเห็ดโคน) มีข้อสังเกตคือ เห็ดโคนมักจะเกิดในวันโกน หรือก่อนวันขึ้น 15 ค่ำ โดยวิธีการนี้จะทำให้มีเห็ดโคนเกิดขึ้นมากกว่าปีละครั้ง

2.ใช้ย่อยสลายฟางข้าวในแปลงนา

โดยใช้จุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้น จำนวน 10 ลิตรต่อไร่ ปล่อยไปตามน้ำหรือฉีดพ่นให้กระจายทั่วแปลงนาระดับน้ำในแปลงนาต้องท่วมฟางข้าวประมาณ 1 ฝ่ามือ หมักทิ้งไว้ 5-7 วัน จึงสามารถปั่นทำเทือกนาได้ ฟางข้าวจะเปื่อยขาด ไม่ติดตัวปั่น ปั่นง่าย ทำให้ประหยัดน้ำมัน หากจะให้ฟางเปื่อยเร็วกว่านี้ ให้ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยน้ำหมักจากปลา เทใส่ไปพร้อมกับน้ำที่สูบเข้าแปลงนา จะทาให้จุลินทรีย์จาวปลวกย่อยสลายฟางข้าวอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำ ดินมีรูอากาศ ทาให้ไส้เดือนดินและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยให้้ข้าวเจริญคติบโตแข็งแรง ใบเขียวเข้ม

กรณีปั่นฟางสด หลังคก็บเกี่ยวข้าวทันที ให้ใช้จุลินทรีย์จาวปลวกในอัตราคท่ากัน ปล่อยไปตามน้ำ หมักทิ้งไว้ 7 วัน จึงทำเทือก เริ่มหว่านน้ำตม หรือโยนกล้า หรือปักดำ จะทำให้้ข้าวไม่เป็นโรคคมาตอซัง (ต้นคหลือง แคระแกร็น)

3.ใช้หมักปุ๋ย ฮอร์โมนพืช หรือน้ำหมักสมุนไพร

3.1 ใช้หมักแบบแห้ง นำใบไม้แห้ง หญ้า หรือฟางข้าว นำไปห่มดินไว้บริเวณใต้ต้นไม้ หน่าประมาณ 1 ฝ่ามือ นำมูลสัตว์เททับด้านบน้องวัสดุคุลมดิน แล้วใช้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้นราดบริเวณที่ห่มดินไว้ให้ทั่ว และ รดน้ำวัสดุคลุมดินให้คปียกชื้นทุก ๆ 7 วัน

3.2 ทำฮอร์โมนไข่ นำไป (ได้ทุกชนิด) 20 ฟอง มาตีให้แตกคหมือนไขเจียว จุลินทรีย์จาวปลวก 20 ลิตร เทลงในถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร ใช้ไม้คนให้เข้ากันนำไปใช้ สาหรับคร่งดอกให้พืชมีดอกที่สมบูรณ์และมีปริมาณมาก มีความแข็งแรง ผสมเกสรติดง่าย วิธีใช้ฮอร์โมนไข่จุลินทรีย์จาวปลวก อัตราส่วน 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในระยะที่พืชใกล้ออกดอก

4.ใช้ป้องกันเชื้อราในพืช หรือรักษาสภาพข้องเมล็ดพืชให้สดอยู่คสมอ วิธีใช้ น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก 1 ส่วน ต่อน้ำ 10 ส่วน ฉีดพ่นพืชผัก 3 วัน/ครั้ง ไม้ดอกไม้ประดับ สัปดาห์ละครั้ง ไม้ผลยืนต้น ใช้เดือนละครั้ง

5.ใช้กับปศุสัตว์ ผสมในอาหารสัตว์ อัตราส่วน จุลินทรีย์จาวปลวก100 ซีซีต่อ อาหาร 1 กิโลกรัม หรือใช้ผสมน้ำให้สัตว์กิน อัตราส่วน จุลินทรีย์จาวปลวก 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หากใช้ฉีดพ่นลงพื้นกาจัดกลิ่นล้างคอกใช้อัตราส่วน1ต่อ10ลิตร

6.ใช้กับการประมง ผสมในอาหาร ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก 100 ซีซี ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ใช้เตรียมบ่อ ใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 10 และใช้บำบัดน้ำ ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก 1 ลิตร ต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ใส่สม่ำเสมอ

7.ใช้กับสิ่งแวดล้อมและในครัวเรือน อัตราส่วน 1 ต่อ 10 ใช้กำจัดกลิ่น บำบัดน้ำเสีย พ่นในกองขยะเพื่อกำจัด พ่นปรับสภาพอากาศ กาจัดกลิ่นฆ่าเชื้อ ใช้ใส่ในห้องส้วม ใช้ล้างถ้วยชาม ซักผ้า และแช่ผลไม้ก่อนรับประทานหรือปรุงอาหาร

8.ใช้ย่อยเอนไซม์ 3 ประสาน จากลูกยอ กล้วยสุก และสับปะรด นำลูกยอห่ามๆ กล้วยน้ำว้าสุก และสับปะรด อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงลูกเดียว จุ่มลงในน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก แล้วยกขึ้น นำไปใส่ในโหลแก้ง ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 3 วัน จะได้น้ำคอนไซม์ที่มีกลิ่นหอมเปรี้ยว ใช้รับประทานคช้าและเย็น เพื่อรักษาสภาพร่างกายให้สมดุล ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้มาก

9.ใช้ในการเพาะถั่วงอก นำเมล็ดถั่วเขียวแช่น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก ในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 แช่ทิ้งไว้ 1 คืน และจึงนำไปเพาะถั่วงอกตามขั้ตอน จะช่วยให้ถั่วงอกมีรสชาติหวาน กรอบ อวบอ้วน โดยไม่ต้องใช้สารฟอกขาวแต่อย่างใด หากมีการใช้จุลินทรีย์จาวปลวกกันอย่างแพร่หลายแล้ว จะช่วยให้การทำเกษตรไร้สาเคมีขยายวงกว้างออกไปมากยขึ้น การเผาตอซังข้าวจะลดลง ดินจะมีชีวิตกลับคืนมา สภาพแวดล้อมจะสมบูรณ์ขึ้น และตัวเกษตรกรเองจะมีสุภาพที่ดี และสามารถปลดหนี้ได้

ที่มา :

จักรภฤต บรรคจิดกิจ. จิตวิญญาณในธุลี มหัศจรรย์จุลินทรีย์จาวปลวก. เอกสารประกอบการบรรยายครื่อง จุลินทรีย์จาวปลวก วันที่ 7 มีนาคม 2558 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
สุมาลี พิชญางกูร. เห็ดโคนและลูกผสมฟิวแสนท์. . บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด. กรุงเทพฯ. 2547.
อุทัยวรรณ แสงวณิช, ผศ. ดร. คำอธิบายเรื่องเห็ดโคน. เข้าถึงจาก www.thaimushroomsoc.com/…/Oudemansiella%20ssp%20Uthaiwan.pdf
สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. เห็ดโคนกับปลวกและการเพาะเลี้ยงเห็ดโคน. เข้าถึงจาก forprod.forest.go.th/forprod/…/เห็ดโคนกับปลวก/เห็ดโคนกับปลวก.pdf , www.sarakaset.com




บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ