บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) รูปทรงตัวแอล เน้นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) รูปทรงตัวแอล เน้นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก หรือ Nordic House Style ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะใครที่ตกหลุมรักบ้านดีไซน์สวย เรียบง่าย และชวนผ่อนคลาย รวมถึงการออกแบบที่เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย Nordic House Style คือสไตล์บ้านในฝันที่คุณกำลังตามหาอยู่แน่นอน

ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมบ้านไม้สวยๆ ซึ่งเป็น บ้านสไตล์นอร์ดิก  ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงใหญ่   เป็นผลงานการออกแบบ สิริประพันธ์ เฮ้าส์ รับสร้างบ้านครบวงจร ยโสธร ร้อยเอ็ด จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มา | สิริประพันธ์ เฮ้าส์ รับสร้างบ้านครบวงจร ยโสธร ร้อยเอ็ด
เรียบเรียง : Withikaset.com

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านหลังนี้ถูกออกแบบรูปทรงเป็นตัวแอล เป็นบ้านขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ดินทรงหน้ากว้าง-ลึก โดดเด่นด้วยหลังคาทรงจั่ว ดูสวยงามและมีเอกลักษณ์ โดยทุกส่วนภายในบ้านมีการจัดสรรพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสว่างให้บ้านดูสว่างด้วยโคมไฟเล็กๆ ยามค่ำคืน

บ้านสไตล์นอร์ดิก

เพิ่มความสวยงามด้วยลายเส้นเท่ๆ ช่วยเสริมบรรยากาศให้บ้านดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บริเวณด้านข้างของตัวบ้านก็ยังคงเป็นบานกระจกที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกเป็นการเข้าบ้านได้ทั้งด้านหน้าและด้านข้างของตัวบ้านและมีพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างที่ราดด้วยพื้นคอนกรีตเพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน และการดูแลรักษา

ภายในบ้านถูกตกแต่งโดยโทนสีขาว และออกแบบให้มีช่องรับแสงที่เยอะ จึงทำให้บรรยากาศข้างในบ้านดูสว่างในช่วงเวลากลางวัน อยู่แล้สรู้สึกไม่อึดอัด และข้อดีของการตกแต่งห้องโทนสีขาวจะทำให้บ้านดูกว้าง อีกทั้งแต่งกับโทนสีไหนก็ดูลงตัว

ภายในบ้านปูกระเบื้องหินอ่อนและมีผนังโทนสีขาว ซึ่งการออกแบบบ้านนั้นเน้นสไตล์สีขาว ฝ้าเพดานเลือกใช้เป็นฝ้าหลุมพร้อมโคมไฟขนาดใหญ่ เพิ่มความมีมิติให้กับเจ้าบ้านได้อย่างสวยงาม

ห้องนอนนั้น พื้นห้องนี้เป็นกระเบื้องลายเดียวกับห้องโถงส่วนกลางของบ้านช่วยให้รู้สึกอบอุ่น ผนังและฝ้าสีขาวสว่าง มีส่วนทำให้ห้องปลอดโปร่ง ดูโล่ง รวมถึงแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง และได้เลือกใช้ประตูห้องที่เป็นบานไม้ ซึ่งแข็งแรง ทนทาน

สำหรับพื้นที่การใช้งานเฉพาะห้องน้ำมีพื้นที่แยกส่วนระหว่างห้องอาบน้ำและสำหรับใช้ในพื้นที่แห้งซึ่งเป็นการออกแบบที่สะดวกต่อการใช้งานสำหรับคนภายในบ้านรวมถึงมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งานในครบครันและมีอ่างอาบน้ำพร้อมฟิล์มกระจกกันระหว่างกลาง

สำหรับใครที่กำลังกำลังมองหาแบบบ้านสวยๆ รูปทรงแปลกใหม่ ดีไซน์ทันสมัย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว สามารถเข้าไปชมผลงานการออกแบบเพิ่มเติมได้จากทางเพจ สิริประพันธ์ เฮ้าส์ รับสร้างบ้านครบวงจร ยโสธร ร้อยเอ็ด หรือ สอบรายละเอียดเพิ่มเติมตามข้อมูลที่ขึ้นอยู่ด้านล่างนี้ได้เลย


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก หรูหราทันสมัย พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม.

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก หรูหราทันสมัย พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม.

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก


บ้านเดี่ยวสไตล์นอร์ดิก หรือบางครั้งก็เรียกว่าบ้านสไตล์สแกนดิเนเวีย เป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของยุโรปตอนเหนือ ซึ่งบ้านแนวนอร์ดิกจะมีเอกลักษณ์ในเรื่องของความอบอุ่น เรียบง่าย เน้นความโปร่งโล่ง และมีจุดเด่นก็คือรูปทรงฟาซาดที่มีลักษณะเป็นจั่วห้าเหลี่ยม
วันนี้เราได้นำตัวอย่างบ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก ที่สุดแห่งบ้านสวย เปี่ยมด้วยคุณภาพ หรูหราทันสมัย ผสมกลิ่นอายสไตล์ยุโรป ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 โถง 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลางและขนาดใหญ่ พื้นที่ใช้สอย 110-120 ตร.ม. ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก U-Sabai HOME โครงการบ้านเดี่ยว พิษณุโลก จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ | U-Sabai HOME โครงการบ้านเดี่ยว พิษณุโลก
เรียบเรียง : Kasetbanna.com

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก

ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดี่ยว ความเด่นของการออกแบบจะอยู่ที่รอบๆ เอกลักษณ์ของบ้านแบบนอร์ดิก นอกเหนือจากนี้ ในส่วนของเนื้อหาการตกแต่งจะเน้นย้ำที่ความง่ายๆ ในแบบไม่นิมอลที่กับสไตล์นอร์ดิกได้อย่างดีเยี่ยม

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก

ลักษณะเด่นของบ้านสไตล์นอร์ดิก ภายนอก

  • หลังคาทรงจั่วแบบหน้าจั่วซ้อนกัน เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านและทำให้บ้านดูมีมิติ
  • ผนังภายนอกมักทำจากไม้หรืออิฐ ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีเทา สีเบจ สีอ่อน เพื่อให้ดูอบอุ่นและกลมกลืนกับธรรมชาติ
  • หน้าต่างและประตูมักทำจากวัสดุไม้หรือกระจกขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้แสงจากธรรมชาติส่องเข้ามาภายในบ้านได้อย่างเต็มที่
  • อาจมีการนำวัสดุธรรมชาติอื่นๆ เช่น หิน ไม้ระแนง มาตกแต่งเพิ่มเติม

บ้านเดี่ยวสไตล์นอดิก

ลักษณะเด่นของบ้านสไตล์นอร์ดิก ภายใน

  • เน้นความเรียบง่าย โปร่งโล่ง ไม่ซับซ้อน
  • เฟอร์นิเจอร์มักทำจากไม้หรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ โทนสีอ่อน
  • การตกแต่งภายในมักเน้นการใช้แสงธรรมชาติ ตกแต่งด้วยต้นไม้หรือดอกไม้เพื่อเพิ่มบรรยากาศสดชื่น
  • อาจมีการใช้สีสันสดใสบ้างในบางจุดเพื่อเพิ่มความโดดเด่น

ภายในตัวบ้านเรียกใช้กระเบื้องพื้นลายไม้สีน้ำตาล ตัดกับผนังสีขาวเพิ่มความโดดเด่นภายในเน้นโปร่งโล่งสบาย

ภายในห้องน้ำนั้น ทำการกรุด้วยกระเบื้องทั้งห้องไม่ว่าจะเป็นพื้นและผนัง โดยใช้กระเบื้องสีเทาเป็นหลัก ก่อผนังกั้นส่วนอาบน้ำไว้ด้านในแบบเดียวกับอีกห้อง พร้อมทำพื้นต่างระดับช่วยระบายน้ำแบบเดียวกัน และยังมีอ่างล่างหน้าขนาดใหญ่สวยงามน่าใช้งานมากๆ ครับ

บ้านสไตล์นอร์ดิกได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นรูปแบบบ้านที่เรียบง่าย อบอุ่น เข้ากับธรรมชาติ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและประหยัดพลังงาน สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณรูปภาพเเละข้อมูล : U-Sabai HOME โครงการบ้านเดี่ยว พิษณุโลก

สนใจสอบถามเพิ่มเติม

  • โทร. 095-6301999/086-0432827
  • Line Id : 095-6301999

หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ออกแบบสวยทันสมัย พื้นที่ 120 ตารางเมตร

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ออกแบบสวยทันสมัย พื้นที่ 120 ตารางเมตร

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล


แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล เป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเน้นความเรียบง่าย สะอาดตา เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่จำเป็น และใช้โทนสีอ่อนสบายตา ช่วยให้บ้านดูกว้างขวาง โปร่งโล่ง และน่าอยู่มากขึ้น

การออกแบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน เช่น บ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ อาจจะออกแบบให้มีบันไดที่มีความลาดเอียงน้อยลง หรือบ้านที่มีเด็กเล็กอาศัยอยู่ อาจจะออกแบบให้มีประตูและหน้าต่างที่กว้างขึ้นเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นต้น

วันนี้เรามี แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอลสวยๆ  มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ การปลูกสร้างเป็น บ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 30 ซม. การออกแบบบ้านสไตล์ผสมผสานทันสมัย ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของทีมงาน รวยก่อสร้าง พิกัดก่อสร้าง อ.ภาชี จ.อยุธยา จะสวยงามขนาดไหนไปชมรายล่ะเอียดกันเลยครับ

ที่มา | รวยก่อสร้าง
เรียบเรียง | withikaset.com

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บริเวณหน้าบ้านมีการออกแบบให้มีประตูทางเข้าเป็นประตูไม้บวกกระจกแบบเปิดปิดสองประตู ฝ้าเพดานโทนสีขาว

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

ภายในตัวบ้านมีการตกแต่งสวยงามลงตัวเน้นโทนสีขาวเป็นหลัก ฝ้าเพดานเลือกใช้ฝ้าหลุด ประตูหน้าต่างเป็นวงกบไม้บวกกระจกสไตล์มินิมอล

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

ประตูห้องนอนทั้งสองห้องเลือกใช้ประตูไม้ขนาดใหญ่

ภายในห้องนอนมีการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นโทนสีขาวเป็นหลัก มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบ ไม่ว่าจะเป็นที่นอน ตู้ โต้ะแป้ง

ภายในห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องพื้นที่เป็นโทนสีเทาตัดกับกระเบื้องผนังที่เป็นโทนสีขาว และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง ซึ่งน่าใช้งานมากๆ

หากใครที่กำลังมองหาแบบบ้านที่เรียบง่าย สะอาดตา น่าอยู่ และประหยัดค่าใช้จ่าย บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ข้อมูลและภาพประกอบจาก : สร้างบ้านสระบุรี&ทีมงานรวยก่อสร้าง 


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้านนะคะ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม


แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทยในปัจจุบัน เนื่องจากมีการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย และให้ความรู้สึกอบอุ่น สบาย เหมาะกับการพักผ่อน บ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรมมีให้เลือกหลากหลายขนาดและรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน

ซึ่งวันนี้เรามีไอเดียบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม ยกใต้ถุนสูง ภายในตกแต่งน่าอยู่ ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม พร้อมฟังก์ชั่น ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  1ระเบียงดาดฟ้า มาพร้อมกับ โครงสร้างเหล็ก จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : บ้านน็อคดาวน์ B&B Little House
เรียบเรียง : Withikaset.com

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม

บ้านน็อคดาวน์จึงมีข้อดีหลายประการ เช่น

  • ใช้เวลาในการก่อสร้างที่รวดเร็ว โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดและแบบบ้าน
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง เนื่องจากใช้วัสดุและแรงงานน้อยกว่าบ้านทั่วไป
  • ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขนาดได้ตามความต้องการ
  • สามารถเคลื่อนย้ายได้ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการใช้ชั่วคราวหรือพื้นที่ที่ไม่สามารถก่อสร้างบ้านถาวรได้

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม

แบบบ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม

รายละเอียด

บ้านน็อคดาวน์ B&B Little House

  • บ้านน็อคดาวน์ทรงเอเฟรม ปกติวามสูงจะอยู่ที่ 1 เมตร หลังนี้ลูกค้าเพิ่มความสูงเป็น 2 เมตร , เพิ่มอ่างอาบน้ำ ได้มาตรฐาน มีแบบ สามารถขอบ้านเลขที่ได้ด้วย 
  • ตัวบ้านกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร พร้อมระเบียง ขนาด 4.20 × 2 , 2 × 1.20 บ้านสูง 1 เมตร ราคา 235,000 บาท ไม่รวมรากฐาน  (ส่งฟรี)
  • เพิ่มความสูงเป็น 2 เมตร ราคา 305,000 บาท รวมรากฐาน(ส่งฟรี) ถ้ารับเฉพาะตัวบ้าน สูง 50 ซ.ม. ราคา 185,000 บาท ไม่รวมรากฐาน(ส่งฟรี)
    ถ้าลูกค้าต้องการอ่างอาบน้ำ เพิ่มอีก 15,000 บาท

บ้านน็อคดาวน์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างบ้านที่รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขนาดได้ตามความต้องการ

ที่มา | บ้านน็อคดาวน์ B&B Little House

ติดต่อโทร : 096-1490026


หมายเหตุ: ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

เกษตรประณีต คืออะไร ทำน้อยแต่ใด้มากจริงหรือไม่

เกษตรประณีต คืออะไร ทำน้อยแต่ใด้มากจริงหรือไม่

เกษตรประณีต

เกษตรประณีต ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว เพราะความคิดแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ขอให้คิดออกจากกรอบเดิมๆ มีความหลากหลาย ประยุกต์ได้หลายรูปแบบ แต่ต้องเป็นไปอย่างเกื้อกูลและสมดุล พยายามใช้ที่ดินให้เต็มประสิทธิภาพ ความต้องการของเจ้าของจะเป็นตัวกำหนด รวมทั้งต้องปรับความคิดให้พึ่งพาตนเองให้มากที่สุด พึ่งพาธรรมชาติ

เกษตรประณีต คืออะไร ?

เกษตรประณีตเป็นแนวทางการทำเกษตรแบบผสมผสานที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ พืช ดิน น้ำ และสัตว์ ในรูปแบบของการออมและใช้อย่างมีคุณค่ามากที่สุด ควบคู่กันไป

การทำการเกษตรประณีต (1 ไร่แก้จน) คือ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดโดยผู้ทำจะต้องยึดหลักในเรื่องของการออมน้ำ ออมดิน ออมต้นไม้ออมสัตว์ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้การทำ 1 ไร่แก้จนมีความยั่งยืนและเกิดการเชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศน์ที่เกื้อกูลต่อกันประกอบด้วยปัจจัยพื้นฐานดังนี้

  • น้ำ : เป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกพืช เกษตรกรต้องมีน้ำใช้ให้เพียงพอกับความต้องการตลอดช่วงการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์
  • ดิน : เป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีเพราะดินเป็นแหล่งของธาตุอาหารและอินทรีย์วัตถุมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ถ้าดินดีมีชีวิต พืชก็จะเติบโตอย่างสมบูรณ์โดยจะต้องมีจิตสำนึกในการใช้ดินอย่างอนุรักษ์และฟื้นฟูดินด้วยอินทรียวัตถุ ทั้งปุ๋ยคอกปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยพืชสด มีการปลูกพืชคลุมดินและไม่ใช้ปุ๋ยเคมีทำลายดิน
  • ต้นไม้ : นอกเหนือจากจะให้ผลผลิตไว้บริโภคแล้ว ยังมีส่วนในการเป็นพืชพี่เลี้ยงที่ให้ร่มเงาช่วยดูดซับน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน และสร้างอินทรียวัตถุแก่ดิน ใบร่วงหล่นกลายเป็นปุ๋ยพืชซึ่งการปลูกพืชจะปลูกทั้งข้าว พืชกินรากกินหัวผักไม้เลื้อยไม้เศรษฐกิจไม้ผล ไม้สมุนไพร ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย ไม้ประดับไว้ไล่แมลง เพื่อเป็นอาหารและใช้สอย
  • สัตว์ : เป็นทั้งอาหาร และแรงงาน มูลของสัตว์นำมาใช้ฟื้นฟูบำรุงดิน และสัตว์ที่เลี้ยงไว้สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นแหล่งรายได้ของเกษตรกร

หลักการของเกษตรประณีต ประกอบด้วย

  • การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทุกตารางนิ้ว โดยจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับลักษณะของพืชแต่ละชนิด หลีกเลี่ยงการปลูกพืชชนิดเดียวกันในพื้นที่เดียวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันโรคและแมลงระบาด
  • การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า โดยการใช้น้ำอย่างประหยัด เก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง การใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  • การเลี้ยงสัตว์ควบคู่ไปกับการปลูกพืช เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับพืชและสัตว์ ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร
  • การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน

เกษตรประณีตมีข้อดีหลายประการ ได้แก่

  • เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ เนื่องจากใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
  • ลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี และลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและโรคพืช
  • เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้
  • รักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

เกษตรประณีตเป็นแนวทางการทำเกษตรที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากโลกกำลังเผชิญกับปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกษตรปราณีตจึงเป็นแนวทางที่จะช่วยเกษตรกรไทยสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างการทำเกษตรปราณีตในไทย ได้แก่

  • การปลูกผักในโรงเรือน
  • การปลูกพืชผักสวนครัวแบบผสมผสาน
  • การเลี้ยงปลาในกระชัง
  • การเลี้ยงไก่ไข่
  • การเลี้ยงโคนม

เกษตรกรไทยที่สนใจทำเกษตรปราณีต สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และสถาบันการศึกษาต่างๆ

ที่มา : sarakaset.com


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

(คลิป) เกษตรไทยไอดอล | EP.150 ตอน สวนเกษตรผสมผสาน

(คลิป) เกษตรไทยไอดอล | EP.150 ตอน สวนเกษตรผสมผสาน | 30 พ.ย.61


สวนเกษตรผสมผสาน คือ การทำการเกษตรที่ผสมผสานกันระหว่างการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง บนพื้นที่เดียวกัน โดยกิจกรรมแต่ละชนิดจะเกื้อกูลกันอย่างเป็นวงจร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้กับเกษตรกร

หลักการสำคัญของเกษตรผสมผสาน คือ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้แรงงานที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประโยชน์ของเกษตรผสมผสาน มีดังนี้

  • เพิ่มความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้กับเกษตรกร
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
  • ช่วยลดต้นทุนการผลิต
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
  • รักษาสภาพแวดล้อม

ตัวอย่างของเกษตรผสมผสาน เช่น

  • การปลูกพืชผักสวนครัวร่วมกับการเลี้ยงไก่ไข่
  • การปลูกไม้ผลร่วมกับการเลี้ยงปลาในบ่อ
  • การปลูกข้าวร่วมกับการเลี้ยงเป็ด
  • การปลูกพืชตระกูลถั่วร่วมกับการเลี้ยงวัว

แนวทางการทำเกษตรผสมผสาน

การทำเกษตรผสมผสานสามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ ชนิดของพืชและสัตว์ที่เลี้ยง ทุนทรัพย์ และแรงงานที่มี โดยทั่วไปแล้ว การทำเกษตรผสมผสานจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

  • เกษตรทฤษฎีใหม่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานแนวทางการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 ดังนี้

    • พื้นที่ 30% ปลูกข้าว
    • พื้นที่ 30% ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่
    • พื้นที่ 30% เป็นสระน้ำ
    • พื้นที่ 10% เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่อื่นๆ
  • เกษตรผสมผสานแบบผสมผสาน เป็นการทำเกษตรผสมผสานที่ผสมผสานกันระหว่างพืช สัตว์ และประมง ตามความเหมาะสมของพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ

  • เกษตรผสมผสานแบบวนเกษตร เป็นการทำเกษตรผสมผสานที่เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในระบบนิเวศที่เกื้อกูลกัน

การทำเกษตรผสมผสานเป็นแนวทางการทำการเกษตรที่ยั่งยืน สามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : Youtrube PAYAI TV  รายการเกษตรไทยไอดอล


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เกษตรไทยไอดอล| เลี้ยงแพะนม วิถีธรรมชาติ | เวชไพบูณฟาร์ม จ.นนทบุรี

เกษตรไทยไอดอล| เลี้ยงแพะนม วิถีธรรมชาติ | เวชไพบูณฟาร์ม จ.นนทบุรี


เลี้ยงแพะนมแบบวิถีธรรมชาติ ของเวชไพบูณฟาร์ม ฟาร์มเกษตรพื้นที่สีเขียวที่อยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยแพะ

การเลี้ยงแพะ โดยทั่วไปสามารถแบ่งรูปแบบการเลี้ยงได้ 4 แบบ ดังนี้

  • การเลี้ยงแบบปล่อย ให้แพะหากินเองตามธรรมชาติ และผสมพันธุ์เอง มักเลี้ยงบริเวณที่มีหญ้า กลางวันจะต้อนให้อยู่ที่มีร่มเงามักไม่มีการสร้างคอกหรือโรงเรือน แต่จะปล่อยให้อาศัยตามร่มไม้
  • การเลี้ยงแบบผูกล่าม เป็นการผูกล่ามแพะไว้กับที่ อาจเป็นหลักไม้ปักหรือเป็นตอไม้หรือต้นไม้ที่บริเวณโดยรอบมีหญ้าให้แพะกินเพียงพอ วันหนึ่งอาจมีการย้าย 2 – 3 จุด เพื่อให้ได้กินหญ้าได้มาก ส่วนตอนเย็นจะย้ายมาขังคอก
  • การเลี้ยงแบบกึ่งขังคอก ลักษณะคล้ายการเลี้ยงแบบปล่อยแต่จะสร้างคอกหรือโรงเรือนสำหรับกักขังตอนกลางคืน โรงเรือนมีเฉพาะหลังคาเท่านั้น ตอนเข้าต้อนให้แพะออกหากินตามทุ่งหรือที่มีหญ้า
  • การเลี้ยงแบบขังคอก เป็นการเลี้ยงในคอกหรือโรงเรือนตลอดเวลาโดยให้น้ำ และอาหารในคอก แต่อาจมีการปล่อยแพะออกไปหากินข้างนอกบ้าง พื้นคอกมักยกสูง และลาดเอียงหรืออาจเป็นพื้นดินธรรมดา แต่มักรองพื้นด้วยแกลบ

เกษตรกรสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง โดยพิจารณาจากวัตถุดิบ ประสบการณ์ จำนวนแพะ จำนวนทุน และสภาพแวดล้อม

อาหารแพะ

แพะเป็นสัตว์กินพืช อาหารหลักของแพะ ได้แก่ หญ้า ใบไม้ พืชผัก และผลไม้ แพะสามารถย่อยอาหารได้หลากหลายชนิด แม้แต่พืชที่มีพิษบางชนิดก็ยังสามารถย่อยได้ อย่างไรก็ตาม แพะก็มีความต้องการสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเช่นเดียวกับสัตว์อื่น ๆ

การเลี้ยงแพะให้เจริญเติบโตและแข็งแรงอย่างสมบูรณ์จึงต้องจัดหาอาหารให้ครบถ้วนทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยทั่วไปแล้ว อาหารแพะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  • อาหารข้น เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แร่ธาตุ และวิตามิน อาหารข้นมักใช้สำหรับเลี้ยงแพะขุน หรือแพะที่เลี้ยงเพื่อผลิตนม

  • อาหารหยาบ เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าอาหารข้น แต่มีปริมาณกากใยสูง อาหารหยาบมักใช้สำหรับเลี้ยงแพะทั่วไป หรือแพะที่เลี้ยงเพื่อผลิตลูก

ที่มา : Youtrube PAYAI TV  รายการเกษตรไทยไอดอล


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

สมุนไพรใบบัวบก รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ บำรุงสายตาแก้ช้ำใน

สมุนไพรใบบัวบก รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ บำรุงสายตาแก้ช้ำใน

สมุนไพรใบบัวบก

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีสาระดีๆ มีประโยชน์ มาฝากค่ะ นั่นก็คือสมุนไพรไทย นั่นเอง สมุนไพรไทย ใครๆก็รู้ว่ามีสรรพคุณ ในการช่วยรักษา และบรรเทาความเจ็บปวดได้ แต่จะมีคนที่รู้ วิธีใช้ สมุนไพรอย่างดูวิธี  นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่เราๆ จะใช้ยาฝรั่งซะส่วนใหญ่ ซึ่งวันนี้เรามีสูตรยาสมุนไพร ที่หา วัตถุดิบได้ง่าย และ วิธีการทำนั้นก็ไม่มีขั้นตอนอะไร ที่ยุ่งยากซับซ้อน มาฝากกันคะ

วัถุดิบ

  • ใบบัวบก ทั้งใบ ก้าน หัว ล้างให้สะอาด หั่นฝอย 1 กำมือ
  • ใบเตยหอม       1 ใบ
  • น้ำสะอาด         1 ลิตร
  • เกลือเล็กน้อย หยิบมือ
  • น้ำผึ้ง สำหรับแต่งรสชาติ

ขั้นตอน

  • ใส่ใบบัวบก ทั้งใบ ก้าน หัว ที่หั่นฝอย ใบเตย เกลือหยิบมือ ต้มด้วยน้ำสะอาด 1 ลิตร ต้มให้สุก กรองเอาแต่น้ำ  แต่งรสด้วยน้ำผึ้ง
  • อุ่นวันละ 1 ครั้ง

วิธีรับประทาน

  • เช้า – เที่ยง – เย็น ครั้งละ 1 แก้ว กาแฟ หรือ 60 cc.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร – หมอบ้าน วัดคีรีวงก์ ( วัดน้ำตก )


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เมนู ซอยจุ๊ เมนูเด็ดสุดจัดจ้านจากภาคอีสาน ผ่านเนื้อดิบ

เมนู ซอยจุ๊ เมนูเด็ดสุดจัดจ้านจากภาคอีสาน ผ่านเนื้อดิบ

ซอยจุ๊

ซอยจุ๊


ซอยจุ๊ เป็นเมนูอาหารอีสานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีลักษณะเป็นเนื้อวัวดิบและเครื่องในวัวหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำมาจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วขม รสชาติของซอยจุ๊นั้น มีทั้งรสหวาน เปรี้ยว เผ็ด และขมเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ล่ะท่านหรือร้านที่ขาย

ซอยจุ๊คืออะไร ?

ซอยจุ๊ เป็นเมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และมีต้นกำเนิดมาจากภาคอีสานของประเทศไทย โดยมีลักษณะเป็นอาหารชนิดที่ไม่ปรุงสุก ที่นำเนื้อวัวดิบและเครื่องในวัวอย่างตับ สไบนาง (ผ้าขี้ริ้ว) และขอบกระด้งมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยไม่มีการปรุงรสนำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และจิ้มในน้ำจิ้มแจ่วที่มีรสชาติเปรี้ยว-หวาน-เผ็ด-ขมเล็กน้อย แล้วแต่ความชอบ โดยจะประกอบด้วยส่วนผสมพิเศษที่ขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ ดีวัวหรือขี้เพี๊ยะวัว

เมนูซอยจุ๊เนื้อนั้นจะมีความเข้มข้นทั้งในด้านรสชาติและกลิ่น มีประวัติความเป็นมาได้รับความนิยมในภาคอีสานของไทยเรามาอย่างยาวนาน จึงถือเป็นเมนูอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลิ้มลองหรือสัมผัสรสชาติความเป็นอีสานแท้ ๆ ได้เลยทีเดียว เกริ่นนำกันมามากแล้ว เดี๋ยวเรามาเริ่มกันที่ส่วนผสม เครื่องปรุง และ เทคนิคการทำให้แซ่บ ว่ามีขั้นตอนวิธีทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

  • เนื้อวัวสด และเครื่องในวัว ตับ สไบนาง (ผ้าขี้ริ้ว)
  • ข้าวคั่ว
  • พริกป่น
  • ดีวัวหรือขี้เพี๊ยะวัว
  • น้ำปลา
  • ผงชูรส
  • ต้นหอม
  • ผักชี
  • ผักชีฝรั่ง

วิธีทำ

เริ่มจากการนำเนื้อวัว ตับวัว สไบนาง และขอบกระด้งมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเนื้อวัว ตับวัว สไบนาง และขอบกระด้งเป็นชิ้นพอดีคำจัดใส่จานพร้อมผักสดเตรียมไว้ จากนั้นก็มาทำน้ำจิ้มแจ่วขม  โดยใช้ส่วนผสมดังนี้

  • พริกป่น
  • น้ำปลา
  • ข้าวคั่ว
  • ต้นหอม
  • ผักชี
  • ดีวัว
  • เพลี้ยอ่อนต้ม

ปริมาณส่วนผสมหรือวัตถุดิบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความชอบ สามารถเพิ่มเครื่องปรุงอื่นๆ เพิ่มเพลี้ยอ่อนลงไปด้วยได้ ขึ้นอยู่กับความชอบ อีกทั้งยังมีการเตรียมผักสด พริกสด หรือกระเทียมไว้เป็นเครื่องเคียงกินคู่กับซอยจุ๊ได้อีกด้วยครับ

ซอยจุ๊เป็นเมนูอาหารอีสานที่มีรสชาติเข้มข้น อร่อยแซ่บ นิยมกินเป็นกับแกล้มหรืออาหารว่าง ใครที่ชื่นชอบรสชาติอาหารอีสานไม่ควรพลาดเมนูนี้

ที่มา : sarakaset.com


บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เพกา (Oroxylum indicum) สมุนไพรรักษาริดสีดวงทวาร

เพกา (Oroxylum indicum) สมุนไพรรักษาริดสีดวงทวาร

เพกา (Oroxylum indicum)

เพกา (Oroxylum indicum)


สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมีความรู้และสาระดี ๆ เกี่ยวกับสมุนไพรรักษาโรคมาฝากคะ นั่นก็คือ เพกา (Oroxylum indicum) หรือ ลิ้นฟ้า เพกาหรือลิ้นฟ้า เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลายมากมาย วันนี้แอดจะเอาเพกาหรือลิ้นฟ้า มาทำเป็นน้ำมันรักษาริดสีดวงทวารค่ะ ถือเป็นอีก 1 ทางเลือกของผู้ที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารค่ะ

เพกา หรือ ลิ้นฟ้า

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์    ไม้ต้น ขนาดเล็ก ผลัดใบ สูงประมาณ 4 – 15 เมตร เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลครีมอ่อนหรือสีเทา บางทีแตกเป็นรอยตี้นเล็กน้อย มีรูระบายอากาศกระจัดกระจายตามลำต้นและกิ่งก้าน

ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 3 – 4 ชั้น ออกเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก หนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง มีใบเดี่ยวๆ ขนาดใหญ่ที่ปลายก้านลักษณะรูปทรงกลม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ก้านใบยาว ใบย่อยลักษณะรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียว ออกตรงข้ามชิดกันอยู่ประมาณปลายกิ่ง ก้านใบย่อยสั้น แผ่นใบสีเขียวเข้ม

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ช่อมีขนาดใหญ่ออกที่บริเวณยอด มีก้านช่อดอกยาว มีดอกย่อยขนาดใหญ่ ลักษณะรูปปากเปิดแบบสมมาตรด้านข้างกลีบดอกหนา มี 5 กลีบ ภายนอก สีม่วงแดงหรือน้ำตาลคล้ำ ภายในสีเหลืองเปรอะๆ กึ่งสีชมพู โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปลำโพง ส่วนปลายแยกออกเป็นกลีบย่นขยุกขยิก บริเวณปลายกลีบดอกด้านในสีขาวอมเหลือง หรือขาวอมเขียว มีเกสรตัวผู้ 5 อันติดกับท่อดอก โคนก้านจะมีขน

ผล ผลเป็นฝักแบน ยาวคล้ายรูปดาบ ห้อยระย้าอยู่เหนือเรือนยอด สีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 45 – 120 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก

เมล็ด ลักษณะแบน มีปีกบางใสสีขาวจำนวนมาก

ประโยชน์ทางยา

  • ใบ มีรสฝาด ใช้ต้มดื่มแก้อาการปวดท้อง แก้ปวดข้อ และเจริญอาหาร
  • เปลือกต้น  มีรสฝาดขมเย็น เป็นยาฝาดสมานแผล ดับพิษโลหิต แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ฟกช้ำ ป่นเป็นผงหรือยาชงดื่มแก้ขับเหงื่อ แก้ไขข้ออักเสบชนิดฉับพลัน ช่วยเจริญอาหาร ผงเปลือกผสมกับขมิ้นชันเป็นยาแก้โรคปวดหลังของม้า
  • ลำต้น   มีรสขม แก้แมลงสัตว์กัดต่อย
  • ผลอ่อนหรือฝักอ่อน     มีรสขมร้อน ขับผายลม เป็นยาบำรุงธาตุ
  • ผลแก่หรือฝักแก่          มีรสขม แก้ร้อนในกระหายน้ำ
  • เมล็ดแก่ มีรสขม เป็นยาอมแก้ไอ ขับเสมหะ แก้ร้อนใน
  • เปลือกราก       รสฝาดขม แก้ปวดท้อง เป็นยาฝาดสมาน ยาบำรุง แก้บิด ท้องเสีย ขับเหงื่อ
  • ราก      รสฝาดขม เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องร่วง ช่วยเจริญอาหาร ทำให้เกิดน้ำย่อยอาหาร ฝนกับน้ำปูนใสทาแก้อาการอักเสบ ฟกช้ำ บวม
  • ทั้งห้า (ผลแก่ ผลอ่อน เมล็ดแก่ เปลือกต้น ราก) รสฝาดขมเย็น เป็นยาสมาน แก้ไข้เพื่อลมและโลหิต แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ท้องร่วง แก้อักเสบ ฟกบวม

สรรพคุณของเพกา หรือ ลิ้นฟ้า

  • ฝักอ่อนและยอดอ่อน จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้ลดลงได้
  • ฝักอ่อน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ หรือเรียกว่า ช่วยชะลอความแก่นั่นเอง
  • ใบ ช่วยบรรเทาอาการปวด – ไข้ ด้วยการที่เอาใบไปต้มน้ำดื่ม
  • รากและฝักอ่อน ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ
  • ฝักอ่อน มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถกินเหมือนผักทั่วไปได้เลย

เรามาเตรียมวัตถุดิบ ทำน้ำมันเพกาทาริดสีดวงทวารกันค่ะ

วัตถุดิบ น้ำมันเพกาทาริดสีดวงทวาร

  • เปลือกต้นเพกาสด 50 กรัม
  • น้ำมันมะพร้าว 25 ซีซี ( สกัดร้อนหรือสกัดเย็น หรือจะใช้น้ำมันงาแทนก็ได้ )

วิธีการทำ น้ำมันเพกาทาริดสีดวงทวาร

  • หั่นเพกา หรือลิ้นฟ้าให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปใส่ในเครื่องปั่นพร้อมกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากัน
  • จากนั้นเทใส่หม้อสแตนเลส ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนทุกอย่างเข้ากันดี ใช้เวลาในการเคี่ยวประมาณ 30 นาที
  • เสร็จแล้วให้กรองเอาแต่น้ำมัน รอให้เย็น หรือ อุ่นๆ กรอกใส่ขวดแก้วปิดฝาให้สนิท

วิธีใช้

  • ทาหัวริดสีดวงทวาร เช้า – กลางวัน – เย็น
  • ถ้าให้ได้ผลสัมฤทธิ์ ต้องกินยาควบคู่กันด้วย ( ปรึกษาแพทย์แผนไทย )
  • หรือทาหัวฝีมะเร็งที่ยังไม่แตก แล้วใช้พลาสติกห่อหุ้มอาหาร ห่อหุ้มบริเวณที่เป็นประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้ง เช้า – กลางวัน – เย็น
  • และให้งดของแสลง จำพวกปลาเมือกมัน เครื่องในสัตว์ทุกชนิด

น้ำมันทาริดสีดวงทวาร รักษาริดสีดวงทวาร กรณีหัวริดสีดวงทวารที่บานแล้วหรือทาฝีมะเร็งที่ยังไม่แตก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมท่อน้ำเหลือง

** หมายเหตุ    เป็นยาใช้ภายนอก **


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ