การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์แบบง่ายๆ พร้อมสูตรอาหารปลาดุกลดต้นทุน

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์แบบง่ายๆ พร้อมสูตรอาหารปลาดุกลดต้นทุน

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์


ปลาดุก ในประเทศไทยที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงในอดีตนั้นแต่เดิมมี 2 ชนิด แต่ที่นิยมในการเพาะเลี้ยงอย่างมากได้แก่ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) เป็นปลาพื้นบ้านของไทยชนิดไม่มีเกล็ด รูปร่างเรียวยาว มีหนวด 4 เส้นที่ริมฝีปาก ผิวหนังมีสีน้ำตาล เนื้อมีสีเหลือง รสชาติอร่อยนุ่มนวล สามารถนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ ได้มากมาย ในประเทศไทยมีพันธุ์ปลาดุกอยู่จำนวน 5 ชนิด แต่ที่เป็นที่รู้จักทั่วๆ ไปคือ ปลาดุกอุย และ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ซึ่งในอดีตทั้งปลาดุกอุย และ ปลาดุกด้านได้มีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เมื่อมีการ นำปลาดุกชนิดใหม่เข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย




การเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่ ที่สามารถเลี้ยงกันได้อย่างง่ายๆ สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อน ย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าใช้จ่ายในการลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มาก สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมได้ และให้ผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ สำหรับผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ มีขั้นตอนรายละเอียดในการเลี้ยงดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์

  • สำหรับขั้นตอนในการเตรียมอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ นั้นประกอบไปด้วยอุปกรณ์ดังนี้
  • ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100 x 50 เซนติเมตร หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่ของแต่ล่ะท่านได้เลยครับ
  • ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
  • ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
  • ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
  • ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
  • ตาข่าย
  • น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
  • ปูน ทราย หิน
  • อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
  • พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
  • ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก

สำหรับขั้นตอนในการเตรียมบ่อปูนซีเมนต์ นั้น ถ้าเป็นบ่อเก่าก็จะไม่ค่อยมีอะไรยุ่งยากมากนัก แต่ถ้าเป็นบ่อที่มีการเริ่มใหม่ตั้งแต่การเตรียมบ่อเลย ก็อาจจะต้องใช้เวลาและแรงในการผสมปูนเทรองก้นพื้นบ่อ และทำการแช่น้ำเพื่อที่จะฆ่ากรดด่างในบ่อปูน ซึ่งก็ก็ทำได้หลายวิธีด้วยกันโดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

  • นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หรืออาจจะหลายวันก็ได้ หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
  • หลังจากนั้นก็ให้ใส่น้ำสะอาดลงไปเพื่อเตรียมการที่จะเลี้ยงปลาดุกเล็กต่อไป เราอาจจะหาผักตบ หรือผักตามแหล่งน้ำในพื้นที่มาใส่เพิ่มก็ได้เพื่อให้เป็นที่ลบซ่อนของปลาแต่ไม่ควรเยอะมากจนเกินไป




ขั้นตอนที่ 3 สูตรการทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

สำหรับการทำน้ำหมักสำหรับผสมน้ำเลี้ยงเพื่อปรับสภาพน้ำให้เหมาะต่อการเลี้ยงปลาดุกนั้นก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง ขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่ตามความเหมาะสมเลยครับ
  • น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
  • ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
  • มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
  • กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

ขั้นตอนวิธีทำทำน้ำหมักสำหรับเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์

เริ่มจากการหั่นมะละกอและก็ตามด้วยการหั่นกล้วยน้ำหว้ารวมทั้งห้่นฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดแล้วผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ประมาณ 7-10  วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15-20 วัน ก็สามารถนำออกมาใช้งานได้

เรามาดูประโยชน์ของน้ำหมักกันบ้างว่ามีอะไร

  • ใช้เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
  • ทำให้ปลาไม่เป็นโรค
  • ทำให้ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
  • ทำให้ปลาไม่มีมันในท้อง
  • ทำให้ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

เห็นไหมครับว่าน้ำหมันนั้นมีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะต่อพืชหรือต่อสิ่งมีชีวิตและขั้นตอนการทำก็ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากด้วย มือใหม่ก็สามารถทำได้เลยแต่ต้องรอเวลาในการย่อสลายของสารอินทรีย์และแบทรีเรียนิดหน่อยครับ

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 

การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อซีเมนต์ (กรณีเพาะขยายพันธุ์เอง)

สามารถดูแลรักษาได้ง่าย  ระดับความลึกของน้ำที่ใช้อนุบาลลึก อยู่ประมาณ 15-30 เซนติเมตร การอนุบาลลูกปลาดุกที่มีขนาดเล็ก (อายุ 3 วัน) ระยะแรกควรใส่น้ำในบ่ออนุบาลลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร เมื่อลูกปลามีขนาดใหญ่ขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น การอนุบาลให้ลูกปลาดุกมีขนาด 2-3 เซนติเมตร จะใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน น้ำที่ใช้ในการอนุบาลจะต้องเปลี่ยนถ่ายทุกวัน เพื่อเร่งให้ลูกปลาดุกกินอาหาร และ มีการเจริญเติบโตดีอีกทั้งเป็นการป้องกันการเน่าเสียของน้ำด้วย การอนุบาลลูกปลาดุกจะปล่อยในอัตรา 3000-4000 ตัว/ตรม. อาหารที่ใช้คือ ไรแดงเป็นหลัก ซึ่งหากให้อาหารเสริม เช่น ไข่ตุ๋น หรือเต้าหู้จะต้องระวังเกี่ยวกับการย่อยของลูกปลาและการ เน่าเสียของน้ำในบ่ออนุบาลให้ดีด้วย

ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์

อัตราปล่อยปลาดุก ควรปรับสภาพของน้ำในบ่อที่เลี้ยงให้มีสภาพเป็นกลาง หรือเป็นด่างเล็กน้อย แต่ต้องแน่ใจว่าบ่อซีเมนต์จะต้องหมดฤทธิ์ของปูน ลูกปลา ขนาด 2-3 ซม. ควรปล่อยในอัตราประมาณ 100 ตัว/ตรม. เพื่อป้องกันโรคซึ่งอาจจะติดมากับลูกปลา ใช้น้ำยาฟอร์มาลินใส่ในบ่อเลี้ยง อัตราความเข้มข้นประมาณ 30 ส่วนในล้าน (30 มิลลิลิตร/น้ำ 1 ตัน ในวันที่ปล่อยลูกปลาไม่จำเป็นต้องให้อาหารควรเริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที เหตุผลเพื่อ

  • ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
  • ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
  • ปลาไม่ป่วย
  • การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
  • อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
  • ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน / ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

การให้อาหาร

เมื่อปล่อยลูกปลาดุกลงในบ่อแล้ว อาหารที่ให้ในช่วงที่ลูกปลาดุกมีขนาดเล็ก  ควรให้อาหารผสมคลุกน้ำปั้นเป็นก้อนให้ลูกปลากิน โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง หว่านให้กินทั่วบ่อโดยเฉพาะในบริเวณขอบบ่อ เมื่อลูกปลามีขนาดโตขึ้นความยาวประมาณ 4-7 ซม. สามารถฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ หลังจากนั้นเมื่อปลาโตขึ้นจนมีความยาว 15 ซม. ขึ้นไป จะให้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวหรืออาหารเสริมชนิดต่างๆ ได้เช่น ปลาเป็ดผสมรำละเอียดอัตรา 1:9 หรือ ให้อาหารที่ลดต้นทุน เช่น อาหารผสมบดจากส่วนผสมต่างๆ เช่นกระดูกไก่ ไส้ไก่ เศษขนมปัง เศษเส้นหมี่ เศษเลือดหมู เลือดไก่เศษเกี้ยว หรือเศษอาหารเท่าที่สามารถหาได้ นำมาบดรวมกันแล้วผสมให้ปลากิน แต่การให้อาหารประเภทนี้จะต้องระวัง เรื่องคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงให้ดีเมื่อเลี้ยงปลาได้ประมาณ 2 เดือน ปลาจะมีขนาดประมาณ 124 กรัม/ตัว ซึ่งผลผลิตที่ได้จะประมาณ 10 กก./บ่อ อัตรารอดตายประมาณ 80%



สูตรอาหารปลาดุก  อย่างง่ายที่เกษตรกรสามารถหาวัตถุดิบได้ในพื้นที่ สามารถทำได้เอง จะสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงได้กว่าร้อยละ 50 โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ในการทำอาหารปลาดุกจำนวน 10 กิโลกรัม มีอัตรส่วนผสมของวัตถุดิบดังนี้

  • ปลาป่น 1  กิโลกรัม
  • รำอ่อน 1 กิโลกรัม
  • ข้าวโพดบด 1 กิโลกรัม
  • ปลายข้าวบด 1 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย

  • ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
  • ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
  • ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี

โรคของปลาดุก

ในกรณีที่มีการป้องกันอย่างดีแล้วแต่ปลาก็ยังป่วยเป็นโรค ซึ่งมักจะแสดงอาการให้เห็น โดยแบ่งอาการของโรคเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • การติดเชื้อจากแบคทีเรีย จะมีการตกเลือด มีแผลตามลำตัว และ ครีบกร่อน ตาขุ่น หนวดหงิก กกหูบวม ท้องบวม มีน้ำในช่องท้อง กินอาหารน้อยลงหรือไม่กินอาหาร ลอยตัว
  • อาการจากปรสิตเข้าเกาะตัวปลา จะมีเมือกมาก มีแผลตามลำตัว ตกเลือด ครีบเปื่อย จุดสีขาวตามลำตัว สีตามลำตัวซีดหรือเข้มผิดปกติเหงือกซีดว่ายน้ำทุรนทุราย ควงสว่านหรือไม่ตรงทิศทาง
  • อาการจากอาหารมีคุณภาพไม่เหมาะสม คือ ขาดวิตามินบีกระโหลกร้าว บริเวณใต้คางจะมีการตกเลือด ตัวคด กินอาหารน้อยลง ถ้าขาดวิตามินบีปลาจะว่ายน้ำตัวเกร็งและชักกระตุก
  • อาการจากคุณภาพน้ำในบ่อไม่ดี ปลาจะว่ายน้ำขึ้นลงเร็วกว่าปกติครีบกร่อนเปื่อย หนวดหงิก เหงือกซีดและบวม ลำตัวซีด ไม่กินอาหาร ท้องบวม มีแผล
    ตามตัว

อนึ่ง ในการรักษาโรคปลาควรจะได้พิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจเลือกใช้ยาหรือสารเคมีสาเหตุของโรค ระยะรักษา ค่าใช้จ่ายในการรักษา

แหล่งที่มา : Sarakaset.com


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

(คลิป) เลี้ยงอึ่งเผ้า อึ่งปากขวด ด้วยกระชังบกแบบง่ายๆ ประหยัดต้นทุน

เลี้ยงอึ่งเผ้า อึ่งปากขวด การทำกระชังบกเพื่อเลี้ยงอึ่งด้วยวิธีง่ายๆ ประหยัดต้นทุน

เลี้ยงอึ่งเผ้า อึ่งปากขวด





อึ่งเผ้า เป็นอึ่งที่ถือว่าเริ่มหาได้ยากแล้วในธรรมชาติ นำมาทำเมนูอาหารป่าได้อย่างสุดแซ่บและอร่อยของพี่น้องทางภาคอีสาน ซึ่งจะหากินได้แค่ฤดูฝนเท่านั้น ราคาก็ไม่เบาเลยสูงถึงกิโลกรัมละ 250-300 บาท เลยทีเดียว ด้วยการที่เป็นที่นิยมกินกันมาก ทำให้ประชากรอึ่งเผ้าในธรรมชาติเริ่มลดลงและกำลังขาดตลาด การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าขายจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังมาแรงในตอนนี้

เลี้ยงอึ่งเผ้า อึ่งปากขวด

ลักษณะอึ่งเผ้า

อึ่งเผ้า มีลักษณะเฉwาะตัวคือ มีความยาวจากหัวจsดถึงก้นประมาณ 73 มิลลิเมตร ลำตัวอ้วนป้อม มีลักษณะเด่น คือ หน้าสั้นมาก ปากแคบและทู่ ไม่มีฟัน ไม่เหมือนกับกบหรืออึ่งอ่างชนิดอื่นๆ ตาเล็ก ขาสั้น แผ่นเยื่อแก้วหูเห็นไม่ชัด ลำตัวสีน้ำตาลดำหรือสีเทาดำ ใต้ท้องสีขาว บางตัวอาจมีจุดกsะสีเหลืองกsะจายอยู่ทั่ว เท้าทั้ง 4 ข้างมีพังผืดเกาะติดอยู่ ใช้สำหรับว่ายน้ำ และมีสันใต้ฝ่าเท้าหลังใช้สำหรับขุดดิน

เจ้าอึ่งชนิดนี้มันจะชอบขุดโwรงดินเพื่ออยู่อาศัย ที่เป็นดินปนทรายและอาศัยอยู่ภายในป่าที่มีความชุ่มชื้นใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำ ในฤดูร้อนจะซ่อนตัวในโwรงแทบตลอด เมื่อฝนตกจะออกมาหากิน โดยหากินในเวลากลางคืน

พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อึ่งนั้น สามารถรวบรวมได้จากธรรมชาติ บริเวณป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน (พบมากในช่วงฝนตกหนักครั้งแรกของฤดูฝน) เมื่อรวบรวมมาได้แล้วให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ดังนี้

เพศผู้

  • ลำตัวมีสีดำเข้มข้างตัวมีลายดำจุดขาว
  • ลำตัวเล็ก และ ยาวกว่าเพศเมียฃ

เพศเมีย

  • ลำตัวสั้น และ ใหญ่กว่าตัวผู้
  • ข้างตัวมีลายจุดขาวอมเหลือง ผนังท้องบางมองเห็นไข่
  • ตัวเมียที่มีไข่เต็มท้องโดยหงายดูที่ท้องจะเห็นไข่ลักษณะสีดำ

การให้อาหารลูกอ๊อด

ใน 3 วันแรก ลูกอ๊อดไม่กินอาหาร เมื่อลูกอ๊อดอายุ 4 วัน เริ่มให้ไข่แดงต้มสุกบดให้ละเอียดวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้าประมาณ 1/4 ฟองต่ออ่าง เมื่อลูกอ๊อดอายุ 7 วัน เริ่มให้อาหารปลาดุกเล็กโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ 100 กรัมต่ออ่าง ให้วันละ 1 ครั้ง จนลูกอ๊อดอายุประมาณ 45 วัน หางลูกอ๊อดเริ่มหลุด หลังจากลูกอ๊อดหางหลุดอึ่งจะพัฒนาเหมือนตัวเต็มวัย และจะออกจากอ่างลงบนพื้นทรายในบ่อประมาณ 3 วัน อึ่งจะฝังตัวในทรายบนพื้นบ่อ กรณีให้อาหารเสริม เช่น ปลวก และแมลง ให้เปิดสปริงเกอร์วันละ 1 ครั้ง และเปิดไฟล่อแมลงในบ่อตอนกลางคืน




วิธีการจับอึ่งจากการเพาะเลี้ยง

  • โดยการนำแผ่นสังกะสีวางบนหลังคาที่คลุมด้วย สแลนต์แล้วจึงใช้น้ำฉีดที่แผ่นสังกะสี(เป็นการเลียนแบบฝนตก) อึ่งเผ้าที่ฝังตัวอยู่ในทรายจะออกมา
  • ปล่อยให้น้ำท่วมพื้นบ่อ อึ่งจะขึ้นมาบริเวณผิวน้ำสามารถคัดขนาดได้ตามต้องการ

ฝากกดไลค์ กดแชร์ ติดตามช่องได้ที่
ที่มา Youtube Channel : สุทธิชาติ การ์เด็นท์
คลิป : https://www.youtube.com/watch?v=kMpfm42UoYw 


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

(คลิป) อาจารย์สมโภชน์ คนบ้า อย่างมีอารยะ : มหาอำนาจบ้านนา

อาจารย์สมโภชน์ คนบ้า อย่างมีอารยะ : มหาอำนาจบ้านนา


“อาจารย์สมโภชน์” หรือ อาจารย์กิ๊ก เจ้าของพื้นที่กลางเมือง 50 ไร่ อดีตรับราชการเกี่ยวกับสัตวบาลนานกว่า 27 ปี ด้วยแนวคิดที่ต้องการจะสร้างบ้านนอกกลางกรุงเทพฯ และริเริ่มวางรากฐานการทำเกษตรมาตั้งแต่ปลายชีวิตข้าราชการ อาจารย์กิ๊กจึงปฏิเสธเม็ดเงินมหาศาลที่มีผู้เสนอเข้ามาแลกกับการขายพื้นที่ จากความทุ่มเทประกอบกับนิสัยที่ชอบทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้พื้นที่แห่งนี้อุดมไปด้วยพืชผักนานาชนิดรวมถึงระบบบำบัดน้ำที่ยอดเยี่ยม

อ.สมโภชน์ ทับเจริญ กับพื้นทีกลางกรุง 50 ไร่ มูลค่า 1,500 ล้าน ไม่ขาย แต่มีไว้ทำเกษตร

ที่มา : อาจารย์สมโภชน์ คนบ้า อย่างมีอารยะ : มหาอำนาจบ้านนา




บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

(คลิป) การทำปุ๋ยหมักนมแพะ สูตรลับฉบับบ้านนา

(คลิป) การทำปุ๋ยหมักนมแพะ สูตรลับฉบับบ้านนา


แพะ ถือเป็นสัตว์ที่น่าเลี้ยงน่าสนใจน่าศึกษาอีกประเภทหนึ่งน่ะครับ เพราะว่าสามารถเลี้ยงเพื่อขายได้ทั้งเนื้อ นม ขน หรือแม้กระทั่งเขา แถมราคายังดีอีกด้วย แพะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องที่สุดในจำนวนสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกันและตอนนี้ก็เป็นที่นิยมเลี้ยงกันในกลุ่มเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ มีทั้งเลี้ยงแบบเป็นรายได้เสริมและเลี้ยงแบบเป็นอาชีพหลักเปิดเป็นฟาร์มเลยก็มี และที่สำคัญในเรื่องการทำตลาดแพะสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง เช่น แพะสวยงาม นำไปประกอบอาหารและผลิตลูกพันธุ์ดีให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงต่อไป เพราะแพะสามารถให้ลูกได้ไว โดย 2 ปี อาจผลิตลูกได้เฉลี่ย 3-4 ครอก จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก 

ปุ๋ยหมักนมแพะชีวภาพ เห็นส่วนผสมมีไม่เยอะแบบนี้แต่ประโยชน์มีจนล้น เพราะสามารถทำให้พืชใบเขียวสวย เร่งการเจริญเติบโตและรากให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย ถ้าหากไม่มีนมแพะ สามารถนำนมอย่างอื่นมาใช้แทนได้ตามสูตรส่วนผสมนี้ รับรองว่าพืชของคุณจะเห็นผลอย่างแน่นอน

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • นมแพะ 1 ลิตร
  • น้ำเปล่า 3 ลิตร
  • กากน้ำตาล 1 ลิตร
  • พด.2 1 ซอง

วิธีทำ

ใส่น้ำในภาชนะผสม ใส่กากน้ำตาล ตามด้วย พด.2 แล้วใส่นมลงไป คนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 7 วัน

การใช้

ปุ๋ยหมักนมแพะ 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นพืชและผัก สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ที่มา: การทำปุ๋ยหมักนมแพะ : สูตรลับฉบับบ้านนา




บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

(คลิป) ปุ๋ยไส้เดือน เร่งดอกให้ออกผลด้วยฉี่ไส้เดือน รายการสูงเตี้ยเรี่ยดิน


(คลิป) ปุ๋ยไส้เดือน เร่งดอกให้ออกผลด้วยฉี่ไส้เดือน รายการสูงเตี้ยเรี่ยดิน


ปุ๋ยไส้เดือน หรือ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากนำไส้เดือนดิน สัตว์ตัวเล็กที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ มาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบและเพิ่มจุลินทรีย์ จนทำให้ได้ปุ๋ยหมักที่มีประสิทธิภาพ สามารถบำรุงต้นไม้ได้อย่างยอดเยี่ยม



โดยปุ๋ยไส้เดือนมีลักษณะเป็นเศษอินทรีย์วัตถุที่ไส้เดือนดินกินเข้าไป แล้วย่อยสลายออกมาเป็นมูลที่มีประโยชน์ รูปทรงเป็นเม็ดร่วน สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา จุความชื้นสูง ระบายน้ำและระบายอากาศดี แถมมีธาตุอาหารและปริมาณอินทรีย์วัตถุมาก

ข้อดี, ประโยชน์ของมูลไส้เดือน

  • เพิ่ม อินทรียวัตถุให้กับดินของคุณ มูลไส้เดือนจะช่วยเพิ่มปริมาณ จุลินทรีย์ที่ดีในดิน
  • เพิ่ม ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก หรือ CEC ( Cation exchange capacity ) ให้กับดินของคุณ ค่า CEC จะเป็นตัววัด
    ความอุดมสมบูรณ์ในดินของคุณ ยิ่งค่านี้สูงก็ยิ่งดี
  • ปรับความสมดุล ของ ค่า PH หรือ ค่าความเป็นกรด-ด่างในดินของคุณ เนื่องจาก มูลไส้เดือน มีค่า PH เป็นกลาง
  • เพิ่ม การระบายอากาศในดิน เนื่องจากมูลไส้เดือนมีรูปร่างเป็นเม็ดละเอียด การระบายอากาศที่ดี คือคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของดินที่ดี
  • ช่วยให้ดิน เก็บน้ำ/ความชื้นได้ดีขึ้น เนื่องจาก มูลไส้เดือนสามารถดูดซับน้ำได้ดีราวกับฟองน้ำเลยทีเดียว
  • เพิ่มแร่ธาตุที่พืชต้องการ และที่แร่ธาตุเหล่านี้จะอยู่ในสภาวะ ที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที
  • ช่วยให้ดิน ร่วนซุยมากขึ้น
  • ลดการพังทลายของดิน เนื่องจาก ดินสามารถ เก็บน้ำได้มากขึ้นดีขึ้น
  • ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดิน
  • ช่วยลดปัญหา หน้าดินแห้งแข็ง




ข้อเสียของปุ๋ยมูลไส้เดือน

  • มูลไส้เดือน มีค่า PH อยู่กลางๆ พืช บางชนิด ที่ชอบความเป็นกรด อาจจะไม่ชอบมูลไส้เดือนเท่าไหร่
  • การผลิตมูลไส้เดือน ต้องการ เวลา และการเอาใจใส่ จากผู้ผลิต มากกว่า ปุ๋ยอินทรีย์ทั่วๆไป
    เช่น ต้องคอย ตรวจตรา ความเป็นอยู่ของไส้เดือน คอยป้องกัน ศัตรูของไส้เดือน คอย เช็คอุณหภูมิและความชื้น ของเบดดิ้ง
  • ความสะอาด ผลิตไม่ถูกต้อง ที่เลี้ยงสกปรก ปราศจากการดูแลเอาใจใส่ อย่างถูกวิธี อาจจะทำให้ มูลไส้เดือน สกปรก และปนเปื้อนเชื้อโรคได้
  • ความยากและต้นทุนในการผลิต หากผลิตเล็กๆน้อยๆไว้ใช้ในครัวเรือน ไม่ใช่ปัญหา แต่ สำหรับ การผลิตมูลไส้เดือนในปริมาณมาก ให้ได้คุณภาพ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ต้องมีการลงทุน มากกว่าแค่ กะละมังซักผ้า เช่น แรงงานคน , เครื่องจักรร่อนมูลไส้เดือน ที่มีราคาแพง
  • เห็นผลไม่ไวเท่า ปุ๋ยเคมี หากเกษตกร หรือ ผู้ปลูกต้นไม้ ต้องการ ธาตุบางชนิด โดยเฉพาะ การเลือกใช้ปุ๋ยเคมี ที่มีสูตรเคมีบางชนิด ตามที่ต้องการ อาจจะตอบโจทย์มากกว่า
  • วัดคุณภาพยากมาก จากการมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว ผู้ซื้อควรเลือกซื้อจาก ผู้ผลิตมูลไส้เดือน ที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานการผลิต เท่านั้น

ที่มา : luckyworm.net,sarakaset.com, รายการสูงเตี้ยเรี่ยดิน EP.77


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

แนวทางการสร้างคอกเลี้ยงแพะราคาประหยัด จากวัตถุดิบรอบตัว

แนวทางการสร้างคอกเลี้ยงแพะราคาประหยัด จากวัตถุดิบรอบตัว

แนวทางการสร้างคอกเลี้ยงแพะราคาประหยัด




โรงเรือนและอุปกรณ์ในการเลี้ยงแพะ
แพะก็เหมือนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ คือจะต้องมีสถานฟที่สำหรับแพะได้พักอาศัยหลบแดด หลบฝน หรือเป็นที่สำหรับนอนในเวลากลางคืน การสร้างโรงเรือนที่ใช้เลี้ยงแพะควรยึดหลักต่อไปนี้

  1. พื้นที่ตั้งของคอก
    คอกแพะควรอยู่ในที่เนินน้ำไม่ท่วมขัง แต่ถ้าหากพื้นที่ที่ทำการเลี้ยงแพะมีน้ำท่วมขังเวลาฝนตก ก็ควรสร้างโรงเรือนแพะให้สูงจากพื้นดินตามความเหมาะสม แต่ทางเดินสำหรับแพะขึ้นลงไม่ควรมีความสูงลาดสูงกว่า 45 องศา เพราะหากสูงมากแพะจะไม่ค่อยขึ้นลง พื้นคอกที่ยกระดับจากพื้นดินควรให้เป็นร่อง โดยใช้ไม้หนาขนาด 1 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว ปูพื้นให้เว้นร่องระหว่างไม้แต่ละอันห่างกันประมาณ 1.5 เซนติเมตร หรืออาจจะใช้พื้นคอนกรีต โดยปูพื้นคอกแพะด้วยสแลตที่ปูพื้นคอกสุกรก็ได้ พื้นที่เป็นร่องนี้จะทำให้มูลของแพะตกลงข้างล่าง พื้นคอกจะแห้งและสะอาดอยู่เสมอ
  2. ผนังคอก
    ผนังคอกแพะควรสร้างให้โปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี ผนังคอกควรความสูงไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แพะ กระโดดหรือปีนข้ามออกไปได้
  3. หลังคาโรงเรือน
    แบบของหลังคาโรงเรือนเลี้ยงแพะมีหลายแบบ เช่น เพิงหมาแหงน หรือ แบบหน้าจั่ว เกษตรกรที่จะสร้างควรเลือกแบบที่คิดว่าเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และทุนทรัพย์ หลังคาโดยปกติมักจะสร้างให้สูงจากพื้นคอกประมาณ 2 เมตร ไม่ควรสร้างโรงเรือนให้หลังคาต่ำเกินไป เพราะอาจจะทำให้ร้อนและอากาศถ่ายเทไม่ดี สำหรับวัสดุที่ใช้มุงหลังคาจะใช้จาก หรือแฝก หรือสังกะสีก็ได้
  4. ความต้องการพื้นที่ของแพะ
    แพะมีความต้องการพื้นที่ในการอยู่อาศัยในโรงเรือนประมาณตัวละ 1 ตารางเมตร ส่วนใหญ่ผู้เลี้ยงมักแบ่งภายในโรงเรือนประมาณตัวละ 1 ตารางเมตร ส่วนใหญ่ผู้เลี้ยงมักแบ่งภายในโรงเรือนออกเป็นคอกๆแต่ละคอกขังแพะรวมฝูงกันประมาณ 10 ตัว โดยคัดขนาดของแพะ ให้ใกล้เคียงกันขังรวมฝูงกัน แต่ถ้าหากเห็นว่าสิ้นเปลืองค่าก่อสร้างก็อาจขังแพะรวมกันเป็นฝูงใหญ่ในโรงเรือนเดียวกัน โดยแบ่งเป็นคอกๆก็ได้
  5. รั้วคอกแพะ
    เกษตรกรบางรายเลี้ยงแพะไว้ในโรงเรือนและมีบริเวณสำหรับให้แพะเดินรอบโรงเรือน บริเวณเหล่านี้จะทำรั้วล้อมรอบป้องกันไม่ให้แพะออกไปภายนอกได้ รั้วที่ล้อมรอบโรงเรือนแพะไม่ควรใช้ลวดหนามเป็นวัสดุ เพราะแพะเป็นสัตว์ซุกซน อาจได้รับอันตรายจากลวดหนามได้ รั้วควรจะสร้างด้วยไม้ไผ่หรือลวดตาข่าย ทุกระยะ 3-4 เมตร จะมีเสาปักเพื่อยึดให้รั้วแข็งแรง หากจะสร้างรั้วให้ประหยัดอาจใช่กระถินปลูกเป็นแนวรั้วปนกับใช้ไม้ไผ่ก็จะทำให้รั้วไม้ไผ่คงทนและใช้งานได้นาน โดยระยะแรกสร้างรั้วไม้ไผ่แล้วปลูกกระถินเป็นแนวข้างรั้วไผ่ เมื่อกระถิ่นโตขึ้นก็จะเป็นรั้วทดแทนต่อไป
    บทความอื่นที่น่าสนใจ

ที่มา : Sarakaset.com




บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

โคกหนองนาโมเดลคืออะไร หลายๆ คนยังไม่เข้าใจในความหมายที่แท้จริง

โคกหนองนาโมเดล คืออะไร หลายๆ คนยังไม่เข้าใจในความหมายที่แท้จริง โดย คนรักษ์ป่า

โคกหนองนาคืออะไร


โคกหนองนาโมเดล หมายถึงอะไร องค์ประกอบและประโยชน์ที่จะได้รับ

ปฏิเสธไม่ได้สำหรับแวดวงการเกษตรคงเคยได้ยินกับคำว่า “โคกหนองนาโมเดล” แต่กระนั้นคงมีหลายคนที่ เพิ่งก้าวเข้ามาสู่การประกอบอาชีพเกษตรกรหรือจะเป็นเกษตรกรมือใหม่ที่เกิดความสงสัยและอยากรู้ว่ารูปแบบการทำการเกษตรแบบนี้คืออะไร มีองค์ประกอบอย่างไร แล้วถ้านำมาใช้งานจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง เอาเป็นว่าบทความนี้พร้อมให้ทุกคนไปร่วมศึกษารายละเอียดอย่างลึกซึ้ง เพื่อการนำไปใช้งานที่ตอบโจทย์




โคกหนองนาโมเดล คืออะไร?

โคกหนองนาโมเดล คือ การพัฒนาจัดการพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งเป็นการผสมผสานของเกษตรทฤษฏีใหม่ร่วมกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งต้องบอกว่าชื่อเรียกนี้ เป็นการจัดการสภาพแวดล้อมที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ โดยมนุษย์นำสิ่งที่มีอยู่นั้นมาส่งเสริมทำให้เกิดความสำเร็จในการทำเกษตรกรรมโดยเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ แต่ละคำของชื่อเรียกยังหมายถึงแนวทางการทำเกษตรแบบอินทรีย์ และการสร้างชีวิตที่มีความยั่งยืนอย่างที่สุด

โคกหนองนาโมเดล มีองค์ประกอบอย่างไร?

โคกหนองนาโมเดล

Cr ภาพ : มติชน

อย่างที่เราได้บอกไปว่าแต่ละคำของชื่อ เป็นแนวทางการทำการเกษตรอินทรีย์ และการสร้างวิถีชีวิตที่มีความยั่งยืนอย่างที่สุด ถามว่า โคกหนองนาโมเดล มีองค์ประกอบอย่างไร?

  1. โคก หรือ “พื้นที่สูง”

เป็นดินที่ถูกมนุษย์ขุดขึ้นมาจากการทำหนองน้ำ แล้วนำดินนั้นมาทำเป็นโคก บนโคกจะปลูกป่าโดยทำเป็นป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สามารถปลูกพืช ผัก ผักสวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ หรือเลี้ยงปลา โดยจะทำให้การเป็นอยู่ของเกษตรกรเป็นแบบพอกินพอใช้ หรือตามแนวทางขั้นพื้นฐานแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งปกติแล้วได้มีการจำแนกการปลูกพืชตามแนวความสูงออกเป็น 5  ระดับ ได้แก่

  • ไม้หัวใต้ดิน อย่าง ขิง ข่า บุก มันมือเสือ กวาวเครือ ฯลฯ
  • ไม้เรี่ยดิน อย่าง ไม้เลื้อยต่าง ๆ ไม่ว่าจะ รางจืด พริกไทย ฯลฯ
  • ไม้เตี้ย ซึ่งเป็นไม้พุ่มเตี้ยที่ไม่ได้มีความสูงมากอยู่ใต้ไม้สูง และไม้กลางอย่าง มะเขือ พริก ติ้ว เหรียง ผักหวานบ้าน ฯลฯ
  • ไม้กลาง โดยจะเป็นต้นไม้ที่ไม่ได้สูงมาก ส่วนใหญ่เป็นไม้ผลที่สามารถเก็บกินได้ อย่าง มังคุด มะม่วง กระท้อน ขนุน สะตอ ไผ่ ฯลฯ
  • ไม้สูง จะเป็นไม้เรือนยอดสูงที่มีอายุยืนนาน อย่าง ยางนา ตะเคียน เต็ง รัง ฯลฯ

และเมื่อถามถึงวิธีการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง อันที่จริงก็ไม่ได้ยุ่งยาก โดยเริ่มต้นจากการนำไม้ที่โตไวอย่าง แค มะรุม ไม้ผล สะเดา กล้วย อ้อย รวมถึงพืชผักที่มีอายุสั้นมาปลูก เพื่อเป็นแหล่งสร้างอาหารให้กับคนในครอบครัว

หลังจากนั้น 1 – 2 ปี ก็เริ่มปลูกไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย เมื่อเติบโตจนมีร่มเงาให้พื้นที่ ก็ค่อยไปเริ่มปลูกบรรดาพืชสมุนไทย และในส่วนของพื้นที่ทำนาควรมีขนาดที่เหมาะสม สามารถปลูกข้าวได้ในปริมาณเพียงพอต่อการกินภายในครัวเรือน ไม่ต้องไปซื้อให้เสียเงิน ต่อด้วยการขุดบ่อน้ำ ร่องน้ำเล็ก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของชั้นดิน เลี้ยงปลาไว้เป็นอาหาร เมื่อปลูกป่า 3 อย่าง ก็นำมาใช้ทำประโยชน์  4 อย่างได้ คือ ใช้ทำที่อยู่ ใช้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ใช้เป็นเครื่องมือหัตถกรรม ใช้เป็นร่มเงา สร้างความเย็นสบายแก่ตัวบ้าน

  1. หนอง หรือ “หนองน้ำหรือแหล่งน้ำ”

หนองที่จะพูดถึงนี้ คือ การขุดหนองเอาไว้เพื่อกักเก็บน้ำที่มีความจำเป็นช่วงหน้าแล้ง ช่วงที่มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม หรือเป็นหลุมที่เอาไว้รับน้ำที่จะมาท่วมขัง (หลุมขนมครก) โดยการขุดปกติแล้วจะเรียกว่าคลองไส้ไก่ หรือคลองที่ใช้ระบายน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ตามภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน

การขุดจะมีลักษณะคดเคี้ยวออกไปตามพื้นที่ เพื่อเป็นการกระจายน้ำให้เต็ม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานไม่ต้องไปรดน้ำต้นไม้ นอกจากนี้ ยังมีการทำเป็นฝายเอาไว้ทดน้ำ เพื่อให้สามารถเอาไปกักเก็บน้ำไว้ภายในพื้นที่นั้น ๆ ให้ได้มากที่สุด




เมื่อพื้นที่ที่อยู่โดยรอบไม่ได้มีการกักเก็บน้ำ น้ำก็จะไหลหลากลงมาภายในหนองน้ำ รวมถึงคลองไส้ไก่ ช่วยให้สามารถใช้ฝายกักเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้งได้ ทั้งยังมีการพัฒนาพื้นที่ อย่างการขุดลองหนอง คู คลอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง และระบายออกเมื่อน้ำไหลหลาก

  1. นา

สุดท้ายคือนา ถือเป็นพื้นที่ให้ปลูกข้าวอินทรีย์ตามแบบฉบับพื้นบ้าน ซึ่งจะมีการเริ่มต้นมากจากการพัฒนาฟื้นฟูที่ดิน อย่างการเลือกทำการเกษตรแบบอินทรีย์ยั่งยืน เพื่อคืนสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่าจุลินทรีย์กลับไปยังผืนดิน ช่วยควบคุมปริมาณน้ำที่มีอยู่ภายในนาให้สมบูรณ์ คุมหญ้าโตกำลังดี ปลอดสารเคมี ไม่เป็นอันตรายทั้งคนที่ปลูก รวมถึงคนที่กินด้วย นอกจากนี้ ยังมีการยกคันนา ให้มีความสูงและกว้าง เป็นการเปิดพื้นที่รับน้ำได้ ไม่เป็นภัยเมื่อมีน้ำไหลหลากมาท่วม สามารถปลูกพืชได้ตามคันนา

ประโยชน์ของโคกหนองนาโมเดล

ประโยชน์ของโคกหนองนาโมเดล คือ ช่วยให้เราประหยัดมากขึ้น เพราะสามารถปลูกพืชต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่และสามารถใช้สอยได้ครอบคลุมทุกปัจจัย ช่วยลดความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ ลดความกังวลเรื่องรายรับในช่วงที่ติดขัดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังไม่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม หรือความแห้งแล้งภายในพื้นที่

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลต่าง ๆ ของโคกหนองนาโมเดล ที่น่าสนใจอย่างมาก ที่จะช่วยให้เกษตรกรทุกคนได้รับประโยชน์อย่างที่สุด ใครยังไม่เคยลองนำไปปฏิบัติ จะนำไปทำดูก็สามารถทำได้เลยทันที รับรองว่าผลลัพธ์มีค่าแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน

สรุปเข้าใจง่ายๆ

โคกหนองนา คือการจัดการบริหารน้ำครับ ขุดดินเพื่อสร้างสระกักเก็บน้ำ ดินที่ขุดมันเหลือก็ทำโคก หัวใจของการทำเกษตรคือน้ำ สร้างสระเพื่อกักเก็บน้ำฝนเอาไว้ใช้งาน โดยไม่หวังเพิ่งแต่ชนประทาน และเขื่อน โดยการสร้างที่เก็บน้ำเอง ใช้เอง คือการเพิ่งพาตนเอง หลายที่ไม่ได้มีแหล่งน้ำจากเขื่อนเอาไว้ใช้ ต้องรอแต่น้ำฝนที่ตกลงมาเท่านั่น และหลายพื้นที่เองก็ไม่สามารถเก็บน้ำเอาไว้ได้ เจาะแต่บาดาลใช้ แต่ไม่เข้าใจว่าน้ำบาดาลมาจากไหน เราใช้บ่อยขึ้น มากขึ้น แน่นอนมันต้องหมดไป มันจึงเกิดโคกหนองนา เพื่อจะดักน้ำฝนเอาไว้ใช้ แทนที่จะปล่อยน้ำผ่านไป และเพิ่งแต่น้ำใต้ดินที่มองไม่เห็น แต่มันเกิดการเข้าใจผิดกัน หลงประเด็นโคกหนองนาไปไกล ขุดกันที 10-20 ไร่ ซึ่งจริงๆทำแค่ 2-3 ไร่ก็เพียงพอแล้ว ไปเน้นขุดสวยๆงามๆแต่กลับใช้งานจริงๆไม่ได้ ช่วงนี้กระแสมาแรง เกิดความโลภ อยากทำอะไรทำทีเยอะๆ ปลูกต้นไม้ราคาแพงๆ ใครบอกดี ปั่นกระแสะก็ปลูกตามๆกัน สุดท้ายก็กลับไปจุดเดิม จุดที่ไม่สามารถเพิ่งพาตนเองได้ คนหลงทางไปไกล ห่างความจริงมากขึ้น ห่างจากจุดประสงค์มากขึ้น ความหมายเลยถูกเปลี่ยน ถูกตีความไปแบบที่ไม่เข้าใจ ”โคกหนองนา คือการจัดการบริหารน้ำและพื้นที่เพื่อการเพิ่งพาตนเอง”

อ้างอิงแหล่งที่มา: https://www.arda.or.th/, คนรักษ์ป่า





บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก 2 ชั้น นอร์ดิกสมัยใหม่

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก 2 ชั้น นอร์ดิกสมัยใหม่ ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก พร้อมระเบียง

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก


สำหรับคนที่กำลังมองหา บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก 2 ชั้น ไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ หรือใช้อาศัยอยู่ประจำ ลองมาดูบ้านหลังนี้โดยเจ้าของผลงานคือ บีบีโฮมน็อคดาวน์ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง กับการออกแบบที่เรียบง่าย ใช้เหล็กเป็นโครงสร้างทั้งหลัง ในขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้องโถงรับแขก ห้องครัวฟังชั่นครบครัน พร้อมบนชั้นสองมีระเบียงกว้างไว้และห้องอเนกประสงค์ไว้ใช้ประโชยน์




ผลงานและรูปภาพ : BB-Home บ้านน็อคดาวน์
เบอร์ติดต่อ : 085-3005775, 063-5925658

line : @bb-home (มี@ด้วยนะครับ)
website : http://bb-homebanknockdown.com
เรียบเรียง : withikaset.com

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก

บ้านหลังนี้ออกแบบมาเป็นโครงเหล็กทั้งหลังดูเรียบง่าย มี 2 ชั้น จะเห็นว่าออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้เป็นบ้านพักตากอากาศ บันไดบ้านอยู่นอกตัวบ้าน เน้นความโปร่งโล่ง ด้วยผนังกระจกหลายด้าน ประตูกระจกบานใหญ่ หน้าต่างอลูมิเนียม พร้อมมีเฉลียงหน้าบ้านและข้างบ้าน ปูพื้นด้วยไม้ มีพื้นที่กว้างมาก สามารถจัดมุมนั่งเล่นได้ จิบกาแฟ

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก

เรามาดูรายละเอียด Details กันบ้างครับ ว่างมีอะไรกันบ้าง




1. ห้องนอน1 l ห้องนอน2
  • ผนังภายนอกกรุไม้สังเคราะห์ตกแต่ง
  • ผนังภายในสีขาว l ไม้ตกแต่ง
  • พื้นกรุไวนิลมีลาย
  • ฝ้าเพดานฉาบเรียบ
  • หน้าต่าง อลูมิเนียม
  • ประตูบานเฟอร์นิเจอร์
2. ห้องน้ำ ขนาด 2.50*1.50 เมตร
3. ห้องน้ำส่วนกลาง ขนาด 1.50*3.00 เมตร
  • ผนังภายในกรุกระเบื้อง
  • พื้นกรุกระเบื้องลายแมท(หน้าหยาบ)
  • ฝ้าเพดานฉาบเรียบ
  • อ่างล้างหน้าวางบนเคาร์เตอร์
  • สุขภัณฑ์ชักโครก
  • สายฉีดชำระ l ที่ใส่กระดาษทิชชู
  • ราวแขวนผ้า
  • ฝักบัวอาบน้ำ l ก๊อกฝักบัวอาบน้ำ
  • ประตูบานสำเร็จ
4. ห้องรับแขก ขนาด 5.00*4.10 เมตร
5. พื้นที่รับประทานอาหาร ขนาด 5.00*3.10 เมตร
6. พื้นที่ชั้นลอย ขนาด 4.00*4.00 เมตร
  • ผนังภายในสีขาว l ไม้ตกแต่ง
  • พื้นกรุไวนิลมีลาย
  • ฝ้าเพดานฉาบเรียบ
  • หน้าต่าง อลูมิเนียม
  • ประตูบานเฟอร์นิเจอร์ l อลูมิเนียม

7. ห้องครัว ขนาด 4.00*2.50 เมตร

  •  ผนังภายในกรุกระเบื้อง
  • พื้นกรุกระเบื้องหน้าแมท (หยาบ)
  • ฝ้าเพดานฉาบเรียบ
8. ระเบียง l กันสาด
  • พื้นกรุไม้พื้นสังเคราะห์
  • ฝ้าเพดานตกแต่ง
  • หลังคา Metal sheet Pu Foam
9. ระบบสุขาภิบาล l ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
  • สวิทย์, ปลั๊กไฟ, ดวงโคม




เข้ามาในบ้าน จะเจอกับห้องโถงขนาดใหญ่ พื้นกรุไวนิลลายไม้สีน้ำตาลอ่อน ผนังภายในกรุลามิเนตมีลายและกระเบื้องโมเสค ฝ้าเพดานฉาบเรียบ

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก




ห้องครัว กั้นจากห้องโถง เคาน์เคอร์ที่สร้างไว้ตรงมุมห้อง ปูทับด้วยกระเบื้องสีดำ และติดตั้งซิงค์ล้างจานไว้ด้านบน ส่วนด้านล่างออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บของ ห้องนี้กว้าง อากาศปลอดโปร่ง มีทั้งหน้าต่างและประตูหลังบ้านที่เป็นช่องทางระบายอากาศ

ห้องน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของบ้าน และห้องน้ำนี้ดูทันสมัย น่าเข้าใช้งาน ขนาดของห้องที่กว้าง ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยออกเป็นโทนสีเทากับสีเทาดำ ตัดขาว จากนั้นติดตั้งสุขภัณฑ์ที่ครบครัน รวมถึงหน้าต่างระบายอากาศ

บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก

สำหรับ บ้านพักน็อคดาวน์โครงเหล็ก 2 ชั้น ที่เรานำมาให้ท่านชมกันในวันนี้ ก็หวังว่าจะถูกใจผู้ที่เข้ามาติดตามรับชมกันนะครับ หากท่านใดที่สนใจหรือชื่นชอบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โดยตรง

ที่มา | BB-Home บ้านน็อคดาวน์  เบอร์ติดต่อ : 085-3005775, 063-5925658




หมายเหตุ: ทางเว็บ withikaset.com ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล หลังเล็กกะทัดรัดภายในโปร่งสบาย

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล หลังเล็กกะทัดรัด หน้าบ้านมีเฉลียงกว้าง ภายในโปร่งสบาย

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล




บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล เป็นบ้านที่ตกเเต่งเรียบง่าย เน้นความเรียบ เรียบง่าย แต่ทันสมัย ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นโล่งโปร่งสบาย เน้นความสะอาด ปลอดโปร่ง โล่งสบาย จึงทำให้เป็นบ้านสไตล์มินิมอลนั้นเป็นที่โดนใจหนุ่มสาวรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก จนกลายเป็นสไตล์บ้านที่ได้รับความนิยมมาก ไม่เเพ้บ้านสไตล์โมเดิร์นเลยก็ว่าได้ครับ

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

ซึ่งในวันนี้เราก็มีแบบบ้านสไตล์มินิมอล ขนาดกลาง เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กจนถึงกลางๆ ด้วยขนาดกระทัดรัดดีไซน์น่ารักอบอุ่น ภายในบ้านประกอบด้วยฟังก์ชั่นขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงโปร่งโล่ง พร้อมส่วนครัว หลังนี้ตัวบ้านปลูกสร้างที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านที่กำลังหาไอเดียในการออกแบบบ้าน เชิญชมภาพรายละเอียดด้านในบ้านดูครับ

ที่มาและรูปภาพ : คุณ Surachai Saekhao
เรียบเรียงโดย : withikaset.com

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

เมื่อเรามองจากภายนอกของตัวบ้านนั้น จะเห็นได้ว่าบ้านหลังนี้นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น สวยงามสะดุดตา ของใครหลายๆคนที่พบเจอ ด้วยเป็นบ้านสไตส์มินิมอล ที่เน้นรูปแบบที่ทันสมัยเรียบง่าย เพิ่มจุดเด่นด้วยการใช้หน้าต่างแบบกลม จึงทำให้ไม่แปลกเลยที่บ้านหลังจะความสวยงามและลงตัวพอดี

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล



บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล




ภายในบ้านมีการออกแบบเพดานยกสูงโปร่ง เมื่อบวกกับการใช้กระจกใสหลายมุมและมีขนาดใหญ่กล้าง จึงทำให้ภายในมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่งสุดๆ จึงเหมาะกับคนที่ชอบบ้านบรรยากาศสบาย ๆ มีแสงส่องเข้าบ้านเยอะ ๆ โล่งๆสบายตา




สำหรับห้องครัว ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของห้องโถงหลักของบ้าน ภายในมีเคาน์เตอร์ที่กว้างยาว จึงสะดวกสบายสำหรับทำอาหารของแม่บ้านเป็นอย่างมาก

ภายในห้องน้ำจะเน้นการตกแต่งภายในด้วยโทนสีขาวตัดดำ ตรงขอบหน้าต่าง เพื่อสร้างบรรยากาศของห้องที่ดูผ่อนคลาย สว่าง


เว็บไซต์ withikaset.com เป็นเพียงสื่อกลางในการแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับบ้านและเขียนบทความทางด้านการเกษตรให้เพื่อนๆ ได้ชมเท่านั้น มิได้รับสร้างบ้านหรือออกแบบบ้านใดๆ ทั้งสิ้น และเราจะสรรหาไอเดียดีๆ มาแบ่งปันเพื่อนๆ ทุกวัน ขอขอบคุณที่ติดตามกันครับ

***หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามจากเจ้าของโดยตรงตามข้อมูลในแต่ละบทความ***



บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมมุกหน้าบ้าน

แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถง 1 พื้นที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 81 ตารางเมตร

แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น


สวัสดีครับทุกท่าน ขอต้อนรับสู่ชุมชนการแชร์สาระด้านการเกษตรและแบบบ้านสวยๆ ที่มีมากมายหลายร้อยแบบ ซึ่งแบบบ้านที่เรานำเสนอนั้นในวันนี้เป็น แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น  ที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดี สามารถสร้างได้จริง และเหมาะกับไลฟสไตล์ของแต่ละท่านอย่างแน่นอน  และเป็อีกหนึ่งทางเลือก สรับบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง มีพื้นที่ใช้สอย 81 ตร.ม. เป็นบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น สร้างโดย KCN-Construction&Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร รายละเอียดภายนอกภายในของบ้านจะเป็นอย่างไรนั้น ไปชมกันเลยครับ




ผลงานและรูปภาพ :KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
เจ้าของบ้าน: คุณปุณยวัฒน์ อภิพัฒน์อังกูร
สถานที่ก่อสร้าง : อ.เมือง จ.สุโขทัย
เรียบเรียง :withikaset.com

แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ ตัวบ้านเลือกตกแต่งคุมโทนสีเทา หลังคาบ้านเป็นหลังคาเพิงแหงนมุงด้วยเมทัลชีทเชิงชายสีขาว ฝ้าเพดานใช้เป็นฝ้าสีขาวมีรูให้ระบายความร้อนใต้หลังคา ผนังส่วนใต้หลังคานั้นกรุตกแต่งด้วยไม้ฝาทาสีเทาโทนสีเข้มปิดขอบด้วยบัวสีขาว ตัวฐานบ้านนั้นยกพื้นสูงเล็กน้อยพอสวยงามทาสีเทาโทนสีเข้ม ตัดสีส้มและดำของระแนงที่ใช้ตกแตงหน้าบ้าน

แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น

ภายในบ้านนั้น ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และห้องครัว ส่วนของโถงบ้านนั้นเลือกตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองอ่อนๆ ดูสะอาดตา พื้นปูกระเบื้องโทนสีครีม ฝ้าเพดานเป็นฝ้าหลุมทาสีขาว ประดับตกแต่งด้วยไฟซ่อนฝ้าสีส้มและโคมไฟแบบแขวนแนววินเทจอย่างสวยงาม




แบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น

ห้องนอนห้องแรก ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวอ่อนๆ ตัดด้วยบัวพื้นสีเทาเข้ม พื้นปูกระเบื้องโทนสีครีม ส่วนฝ้าเพดานเป็นฝ้าเรียบทาสีขาว เพิ่มความสวยด้วยไฟซ่อนอย่างสวยงาม ติดตั้งหน้าต่างไว้สองฝั่งห้องสำหรับระบายอากาศ

ห้องนอนถัดมา ลักษณะการการตกแต่งเหมือนนั้นจะแตกต่างกับห้องแรก โดยมีการทาสีผนังสีดำ ส่วนฝ้าเพดานห้องน้ำเลือกใช้เป็นฝ้าแผ่นเรียบสีขาว




ในส่วนของห้องครัวนั้น มีขนาดพื้นที่กว้างขวางให้ใช้สอย ติดตั้งเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ทรงตัวแอลไว้ให้สำหรับทำครัว ตกแต่งด้วยกระเบื้องโทนสีอ่อน พร้อมกับมีหน้าต่างไว้ให้เปิดระบายอากาศกลิ่นควัน ติดกันเป็นประตูทาง เข้า-ออก ไปยังโซนซักล้างหลังบ้าน

จบไปแล้วนะครับกับการนำเสนอ บ้านหลังนี้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นบเ้านอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้รับออกแบบหรือสร้างบ้านแต่อย่างใด เพียงแค่นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ